top of page

ANTA Sports — จากโรงงาน OEM สู่แบรนด์กีฬาเบอร์ 3 ของโลก


กรณีศึกษา Anta — จากโรงงานผลิตแบบดั้งเดิม (OEM) ในเมืองจินเจียง สู่ผู้นำกลุ่มบริษัทแฟชั่นกีฬาระดับโลก ด้วยโมเดลการขายตรงสู่ผู้บริโภค (Direct-to-Consumer หรือ DTC)
จากโรงงานผลิตแบบดั้งเดิม (OEM) ในเมืองจินเจียง สู่ผู้นำกลุ่มบริษัทแฟชั่นกีฬาระดับโลก ด้วยโมเดลการขายตรงสู่ผู้บริโภค (Direct-to-Consumer หรือ DTC)
เส้นทางความสำเร็จของ ANTA Sports ที่พลิกโฉมจากโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ก้าวขึ้นสู่แบรนด์อุปกรณ์กีฬาที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เจาะลึกถึงกลยุทธ์การเติบโตแบบ "โฟกัสเดียว-หลายแบรนด์-ระดับโลก" ผ่านการควบรวมกิจการ ควบคู่ไปกับการใช้ยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนแบบ "สองล้อ" ที่ผสานการเติบโตทางธุรกิจเข้ากับนวัตกรรมเทคโนโลยี ไฮไลท์สำคัญคือการทรานส์ฟอร์มองค์กรด้วยดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ผ่านกลยุทธ์ "AI365" และโมเดลขายตรงสู่ผู้บริโภค (DTC) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การใช้ AI ในงานออกแบบสินค้า การจัดการห่วงโซ่อุปทานอัจฉริยะ ไปจนถึงการใช้พรีเซนเตอร์เสมือนจริง (Digital Human) ที่ช่วยให้องค์กรก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมและกลายเป็นผู้นำนวัตกรรมค้าปลีกยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์



AI Assessment by DX Academy



Background


Business Overview

ภาพรวมธุรกิจ (Business Overview) ก่อนปี 2019

ANTA's Story: Since 1991
  • จุดเริ่มต้นจากการเป็นโรงงานรับจ้างผลิต: ANTA ก่อตั้งขึ้นในปี 1991 ในเมืองจินเจียง มณฑลฝูเจี้ยน โดยเริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) รองเท้ากีฬาให้กับแบรนด์ระดับโลก

  • การสร้างแบรนด์ของตนเอง: เมื่อผู้บริหารตระหนักว่าการรับจ้างผลิตมีอัตรากำไรต่ำและขาดความมั่นคง จึงได้ตัดสินใจสร้างแบรนด์ "ANTA" ขึ้นมาเป็นของตนเอง บริษัทได้ทุ่มงบประมาณด้านการตลาดกีฬาและอาศัยกระแสนิยมสินค้าท้องถิ่น (Guochao) จนสามารถก้าวขึ้นเป็นแบรนด์กีฬาอันดับ 1 ในประเทศจีนได้สำเร็จ

ANTA ภาพรวมกลยุทธ์
  • กลยุทธ์การขยายพอร์ตโฟลิโอ: เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ANTA ได้ริเริ่มยุทธศาสตร์ "Single-Focus, Multi-Brand, Globalization" โดยใช้กลยุทธ์เข้าซื้อและบริหารกิจการ (Acquisition and Operation)

  • การควบรวมกิจการแบรนด์ระดับโลก: ในปี 2009 บริษัทได้เข้าซื้อธุรกิจของแบรนด์ FILA ในประเทศจีน และสามารถพลิกฟื้นให้กลายเป็นแบรนด์แฟชั่นสปอร์ตระดับพรีเมียมที่เป็นแหล่งรายได้สำคัญของกลุ่มบริษัท ต่อมาในช่วงปี 2016-2017 ได้เข้าซื้อแบรนด์ Descente และ Kolon Sport เพื่อเจาะกลุ่มตลาดสินค้าเฉพาะกลุ่มและตลาดระดับบน

  • โมเดลธุรกิจแบบดั้งเดิม: ในช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลง ANTA ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านโมเดลการค้าส่ง (Wholesale Model) โดยเน้นการผลิตและขายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคต่างๆ

Challenges

ก่อนการทรานส์ฟอร์ม ANTA ต้องเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้างอย่างหนักจาก "วิกฤตสินค้าคงคลัง" ซึ่งเป็นผลพวงของโมเดลธุรกิจค้าส่งแบบดั้งเดิมที่ทำให้บริษัทขาดข้อมูลการขายจริงหน้าร้านและเกิดสต็อกสินค้าล้นตลาด

นอกจากนี้ การขยายพอร์ตโฟลิโอหลายแบรนด์ยังนำมาซึ่งความซับซ้อนในการบริหารจัดการ เนื่องจากแต่ละหน่วยงานทำงานแบบแยกส่วน (Silo) ขาดระบบดิจิทัลรวมศูนย์ที่เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ระดับโรงงานจนถึงร้านค้า ประกอบกับอุตสาหกรรมแฟชั่นมีความผันผวนสูง รอบการวางแผนสินค้าแบบเดิมจึงล่าช้าไม่ทันกระแส รวมถึงการดำเนินงานต่างๆ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการจนถึงการตลาดที่ต้องพึ่งพาเพียงสัญชาตญาณและประสบการณ์ส่วนบุคคล ซึ่งทำให้ขาดความแม่นยำและไม่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ


  • วิกฤตสินค้าคงคลังและข้อจำกัดของโมเดลค้าส่ง: โมเดลการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายทำให้บริษัทขาดการเชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์กับร้านค้าปลีก หลังวิกฤตการณ์สินค้าล้นตลาดในปี 2011-2012 อุตสาหกรรมเครื่องกีฬาจีนและตัวแทนจำหน่ายต้องเผชิญกับปัญหาสต็อกสินค้าที่ขายไม่ออกจำนวนมหาศาล โดยระยะเวลาหมุนเวียนสินค้าคงคลังของ ANTA พุ่งสูงขึ้นจาก 40 วันเป็นเกือบ 60 วันในปี 2013

  • ความซับซ้อนในการบริหารหลายแบรนด์: การที่ ANTA มีแบรนด์ในเครือหลากหลายตั้งแต่มวลชนไปจนถึงระดับไฮเอนด์ ทำให้การบริหารจัดการวงจรชีวิตสินค้าและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันกลายเป็นเรื่องยาก ระบบไอทีแบบดั้งเดิมขององค์กรไม่สามารถรองรับความซับซ้อนระดับนี้ได้

  • ความผันผวนของเทรนด์และความล่าช้าในการวางแผน: อุตสาหกรรมแฟชั่นกีฬามีความผันผวนสูง แต่เดิม ANTA วางแผนสินค้าเพียงปีละ 4 ครั้ง ซึ่งล่าช้าเกินกว่าจะตอบสนองต่อเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กระบวนการทำงานที่กระจัดกระจายและไร้ประสิทธิภาพนำไปสู่ปัญหาสินค้าตกค้างหรือพลาดโอกาสในการขาย

  • การทำงานแบบไซโลและขาดการเชื่อมโยงข้อมูล: หน่วยงานต่างๆ ทั้งการผลิต โลจิสติกส์ และการตลาด ต่างใช้ฐานข้อมูลและระบบของตนเอง ทำให้ข้อมูลไม่เชื่อมต่อกัน โรงงานผลิตทำงานแยกส่วนกัน ทำให้เกิดการแย่งชิงทรัพยากร ส่วนคลังสินค้าต้องพึ่งพาแรงงานคนในการคัดแยก ซึ่งมีความล่าช้าและเสี่ยงต่อความผิดพลาด

  • การตัดสินใจที่พึ่งพาสัญชาตญาณและประสบการณ์: การทำการตลาด การส่งโปรโมชัน และการบริหารจัดการร้านค้ามักอาศัยสัญชาตญาณหรือประสบการณ์ของพนักงานเป็นหลัก สิ่งนี้ทำให้การเข้าถึงลูกค้าไม่ตรงจุด มีอัตราการแปลงยอดขายต่ำ และสร้างมาตรฐานการบริการที่ไม่สม่ำเสมอในแต่ละสาขา

Goals and Outcomes

ANTA ตั้งเป้าหมายก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมโดยมุ่งเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลธุรกิจ Direct-to-Consumer (DTC) และสร้างระบบนิเวศดิจิทัลแบบครบวงจรผ่านกลยุทธ์ "AI365" เพื่อเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างแท้จริง ส่งผลให้ ANTA คว้ารางวัลระดับโลกอย่าง "Future Enterprise of the Year" และผงาดขึ้นเป็นองค์กรตัวอย่างด้าน AI Transformation ที่เติบโตอย่างยั่งยืน

ผลลัพธ์ของการดำเนินการประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดด การบูรณาการระบบ ERP ส่วนกลางทำให้ประสิทธิภาพซัพพลายเชนเพิ่มขึ้น 80% และลดระยะเวลาหมุนเวียนสินค้าได้อย่างยอดเยี่ยม ในด้านนวัตกรรม นักออกแบบ 100% หันมาใช้ AI ซึ่งช่วยลดเวลาการออกแบบจาก 1 เดือนเหลือเพียง 4 วัน และสร้างมูลค่าคำสั่งซื้อกว่า 2 พันล้านหยวน ขณะที่ระบบคลังสินค้าอัจฉริยะและการตลาดดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยี "พนักงานเสมือน" (Digital Human) ก็ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล


เป้าหมายที่ตั้งไว้ (กำหนดขึ้นก่อนเริ่มการทรานส์ฟอร์ม)

  • เปลี่ยนผ่านสู่โมเดลค้าปลีก DTC: องค์กรตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนจาก "Brand Wholesale" ไปสู่ "Brand Retail" โดยการตัดตัวกลางและใช้โมเดล Direct-to-Consumer (DTC) เพื่อให้สามารถควบคุมช่องทางการขายและได้มาซึ่งข้อมูลผู้บริโภคโดยตรง

  • สร้างกระดูกสันหลังทางดิจิทัล (Digital Backbone): ANTA ต้องการสร้างระบบดิจิทัลแบบรวมศูนย์ที่เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่โรงงานผลิตไปจนถึงหน้าร้านค้าปลีกแบบเรียลไทม์

  • บูรณาการ AI และเทคโนโลยีทั่วองค์กร: ในปี 2019 บริษัทได้ประกาศยุทธศาสตร์ดิจิทัล 1.0 (“1-3-4 Strategy”) โดยมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง และมุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดคือการเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-driven) อย่างแท้จริง


ผลลัพธ์หลังการทำ Digital Transformation (หลังปี 2019 - ปัจจุบัน)

ANTA: ผลประกอบการปี 2025
  • ยกระดับซัพพลายเชนและการจัดการสินค้า: บริษัทบูรณาการระบบ SAP S/4HANA เข้ามาใช้ ทำให้ประสิทธิภาพซัพพลายเชนโดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 80% รอบการวางแผนสินค้าเพิ่มขึ้นจาก 4 ครั้งเป็น 12 ครั้งต่อปี (เพิ่มขึ้น 3 เท่า) ส่งผลให้ในปี 2024 อัตราการหมุนเวียนสินค้าคงคลังลดลงเหลือเพียง 114 วัน

  • การผลิตและโลจิสติกส์อัจฉริยะ: ในโรงงานมีการใช้ระบบแขวนอัจฉริยะ (Intelligent Hanging System) ที่ลดจำนวนผู้จัดการการผลิตลงได้ 75% ฝั่งคลังสินค้ามีการใช้เทคโนโลยี RFID ที่สแกนสินค้าได้ 500 กล่องต่อชั่วโมงด้วยความแม่นยำ 99% ควบคู่กับหุ่นยนต์จัดเก็บอัตโนมัติที่จัดการสินค้าด้วยระบบ "สินค้ามาหาคน" (Goods-to-Person) ทำให้จัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้ภายใน 72 ชั่วโมง


ANTA: กลยุทธ์ AI365
  • นวัตกรรมการออกแบบด้วย AI: นักออกแบบ 100% ของบริษัทใช้งานเครื่องมือ Generative AI ในระบบ "AI365" ซึ่งช่วยลดระยะเวลาพัฒนาสินค้าจาก 1 เดือนเหลือเพียง 4 วัน ในปี 2024 สินค้าที่ผ่านการออกแบบด้วย AI สร้างยอดคำสั่งซื้อได้มากกว่า 2 พันล้านหยวน


ANTA: Ecommerce
  • การตลาดและการบริการลูกค้าดิจิทัล: ANTA นำ "มนุษย์เสมือน" (AI Digital Humans) มาทำหน้าที่สตรีมเมอร์ไลฟ์สดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งสามารถเข้าถึงผู้ชมได้กว่า 10 ล้านคนและสร้างยอดขาย (GMV) เพิ่มเติมถึง 120 ล้านหยวน ระบบบริการลูกค้าอัจฉริยะยังช่วยให้ตอบคำถามได้เร็วขึ้น 30% นอกจากนี้องค์กรยังได้พัฒนาระบบ CRM ที่เก็บข้อมูลสมาชิกกว่า 100 ล้านราย เพื่อการตลาดแบบเจาะจงบุคคล (Personalization)


ANTAT รายได้รวมปี 2025
  • ความสำเร็จทางธุรกิจระดับโลก: ANTA ก้าวขึ้นเป็นบริษัทอุปกรณ์กีฬาที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยในปี 2025 บริษัททำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 80.22 พันล้านหยวน และได้รับการยกย่องให้เป็นองค์กรตัวอย่าง โดยคว้ารางวัล "Future Enterprise of the Year" ประจำปี 2025 จาก IDC


Part 1: DIGITAL READINESS ASSESSMENT


การวิเคราะห์ระดับความพร้อมทางดิจิทัล (Digital Readiness) และวุฒิภาวะทางดิจิทัล (Digital Maturity) ของ ANTA โดยเปรียบเทียบระหว่างช่วง ก่อนการทรานส์ฟอร์ม (ปี 2019) และ หลังการทรานส์ฟอร์ม (ปี 2025)


DIGITAL TRANSFORMATION READINESS LEVEL: ANTA
DIGITAL TRANSFORMATION READINESS LEVEL ANTA before and after

ก่อนการทำ Digital & AI Transformation องค์กร ANTA Sports จัดอยู่ในระดับ Level 1: Dreamers และมีวุฒิภาวะทางดิจิทัลทั้ง 8 มิติในขั้นเริ่มต้น (Level 1: Initial) เนื่องจากติดกับดักโมเดลธุรกิจค้าส่งดั้งเดิมที่ทำให้ขาดข้อมูลลูกค้าปลายทาง กระบวนการทำงานของแต่ละแผนกมีลักษณะแยกส่วนกัน (Silos) และยังคงพึ่งพาสัญชาตญาณรวมถึงแรงงานคนในการทำงานเป็นหลัก


แต่ หลังจากการทำ Transformation องค์กรได้ก้าวกระโดดสู่ระดับสูงสุดคือ Level 4: Differentiators และบรรลุวุฒิภาวะระดับยอดเยี่ยม (Level 4: Excellent) ครบทั้ง 8 มิติ ความสำเร็จนี้เกิดจากการที่มิติ ผู้นำองค์กร (Leadership) ขับเคลื่อน กลยุทธ์ (Strategy) อย่างจริงจังด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลการขายตรง (DTC) และยุทธศาสตร์ "AI365" โดยผสาน เทคโนโลยี (Technology) อย่างระบบ ERP รวมศูนย์ (SAP S/4HANA) และเทคโนโลยี AI เข้ามายกระดับมิติ การดำเนินงาน (Operation) ให้คล่องตัวและเป็นอัตโนมัติ พร้อมทั้งสร้าง วัฒนธรรมองค์กร (Culture) ที่สนับสนุนให้ บุคลากร (People) กล้าใช้เครื่องมือดิจิทัลผ่านนโยบายไม่ลดคนเพื่อ AI ทำให้มิติ องค์กร (Organization) สามารถทำงานสอดประสานกันแบบข้ามสายงาน และนำไปสู่การสร้าง ประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience) ที่เหนือระดับ ผ่านการใช้ข้อมูลเชิงลึกมาพยากรณ์ความต้องการและการใช้มนุษย์เสมือน (AI Digital Human) จัดไลฟ์สตรีมตอบโจทย์ลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงได้อย่างสมบูรณ์แบบ


AI Assessment by DX Academy

เริ่มสร้าง Digital Roadmap ของคุณให้พร้อมสำหรับยุค AI วันนี้




Part 2: NEW GROWTH ENGINE

แผนการสร้างการเติบโตครั้งใหม่สำหรับอนาคตของ ANTA


NEW GROWTH ENGINE แผนการสร้างการเติบโตครั้งใหม่สำหรับอนาคตของ Anta
NEW GROWTH ENGINE แผนการสร้างการเติบโตครั้งใหม่สำหรับอนาคตของ ANTA
การสร้าง New Growth Engine ของ ANTA เกิดจากการพลิกโฉมองค์กรอย่างรอบด้านด้วยการนำปัจจัยในภูมิทัศน์การแข่งขันใหม่มาใช้เป็นโอกาสทางธุรกิจ โดยเริ่มต้นจากการพลิกวิกฤต Disruption ด้วยการทิ้งโมเดลค้าส่งดั้งเดิมแล้วเปลี่ยนมาใช้กลยุทธ์ Direct-to-Consumer (DTC) เพื่อดึงอำนาจการควบคุมข้อมูลลูกค้ากลับมา ควบคู่ไปกับการผลักดัน Disruptive Innovation ผ่านการใช้มนุษย์ดิจิทัล (AI Digital Human) จัดไลฟ์สตรีมขายสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง และให้นักออกแบบนำ Generative AI มาใช้ 100% ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาสินค้าได้อย่างมหาศาล พร้อมกันนั้น องค์กรได้วางรากฐาน Disruptive Technology ผ่านยุทธศาสตร์ "AI365" ที่บูรณาการระบบ ERP ส่วนกลางและเทคโนโลยีโลจิสติกส์อัจฉริยะจนเพิ่มประสิทธิภาพซัพพลายเชนได้ถึง 80% และก้าวสู่การเป็น Platform Business อย่างเต็มตัวด้วยการใช้ Big Data จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซร่วมกับระบบ CRM สมาชิกกว่า 100 ล้านราย เพื่อทำการตลาดแบบเจาะจงบุคคลและเชื่อมต่อประสบการณ์การขายแบบ Omni-Channel การบูรณาการทั้ง 4 มิตินี้ได้สร้างกลไกการเติบโตใหม่ที่เปลี่ยน ANTA จากผู้ผลิต (OEM) ให้กลายเป็นแบรนด์ค้าปลีกกีฬาอัจฉริยะระดับโลกที่เติบโตด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลอย่างยั่งยืน

อ่านต่อ

1. Disruption: รับมือการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม

  • การดำเนินการ: ANTA เผชิญกับวิกฤตสินค้าคงคลังในปี 2012 ซึ่งเป็นผลจากโมเดลธุรกิจค้าส่งแบบดั้งเดิม (Wholesale Model) ที่ล้าสมัยและไม่ตอบโจทย์ตลาดที่เปลี่ยนไป

    • แทนที่จะทำแบบเดิม บริษัทตัดสินใจดิสรัปต์ช่องทางจัดจำหน่ายของตนเอง โดยเปลี่ยนผ่านจาก "Brand Wholesale" ไปสู่ยุทธศาสตร์ "Direct-to-Consumer" (DTC) หรือการขายตรงสู่ผู้บริโภค เพื่อเข้าควบคุมช่องทางการขายและตัดตัวกลางออกไป

    • นอกจากนี้ เพื่อแข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Nike และ Adidas บริษัทยังใช้กลยุทธ์เข้าซื้อกิจการ (Acquisition) แบรนด์ระดับโลก เช่น FILA, Descente และ Amer Sports (เจ้าของแบรนด์ Arc’teryx, Salomon) เพื่อสร้างพอร์ตโฟลิโอแบบหลายแบรนด์

  • ผลลัพธ์: องค์กรสามารถก้าวข้ามวิกฤตสินค้าคงคลังได้สำเร็จ และได้มาซึ่ง "อำนาจอธิปไตยเหนือข้อมูล" (Data Sovereignty) เพราะได้รับข้อมูลการขายจากผู้บริโภคโดยตรงแบบเรียลไทม์


2. Disruptive Innovation: สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เปลี่ยนเกม

  • การดำเนินการ: ในประเทศจีน ธุรกิจอีคอมเมิร์ซพึ่งพาการไลฟ์สด (Live Commerce) อย่างมาก แต่การใช้คนจริงมีข้อจำกัดด้านเวลาและต้นทุน

    • ANTA จึงใช้นวัตกรรม "มนุษย์ดิจิทัล" (AI Digital Humans) มาทำหน้าที่เป็นสตรีมเมอร์ไลฟ์สดขายสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง

    • ในขั้นตอนการออกแบบ ANTA พลิกโฉมวิธีการทำงานของดีไซเนอร์ด้วยการนำ Generative AI มาช่วยออกแบบสินค้า (AIGC) ซึ่งทำให้นักออกแบบ 100% ของบริษัทใช้งานเครื่องมือนี้เพื่อสร้างต้นแบบอย่างรวดเร็ว

  • ผลลัพธ์: 

    • มนุษย์ดิจิทัลสามารถเข้าถึงผู้ชมได้มากกว่า 10 ล้านคน และสร้างยอดขาย (GMV) เพิ่มเติมได้ถึง 120 ล้านหยวน

    • นวัตกรรม AI ช่วยลดระยะเวลาตั้งแต่การคิดคอนเซปต์จนถึงการสั่งผลิต (Concept-to-Shelf) จาก 1 เดือนเหลือเพียง 4 วัน

    • สินค้าที่ออกแบบด้วย AI สร้างมูลค่ายอดสั่งซื้อได้มากกว่า 2 พันล้านหยวนในปี 2024


3. Disruptive Technology: การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ

  • การดำเนินการ: 

    • ANTA ประกาศใช้กลยุทธ์ "AI365" เพื่อบูรณาการ AI เข้าไปในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่า

    • มีการนำระบบ SAP S/4HANA มาใช้เป็นแพลตฟอร์ม ERP ส่วนกลางเพื่อเชื่อมต่อข้อมูลทั้งองค์กร

    • ลงทุนในระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะ (Smart Logistics) โดยใช้เทคโนโลยี RFID ในการสแกนสินค้าทีละหลายร้อยกล่องโดยไม่ต้องเปิดกล่อง และใช้หุ่นยนต์จัดเก็บอัตโนมัติที่ทำงานแบบ "สินค้ามาหาคน" (Goods-to-Person)

  • ผลลัพธ์: 

    • ประสิทธิภาพการดำเนินงานของซัพพลายเชนโดยรวมเพิ่มขึ้น 80%

    • รอบการวางแผนสินค้าเพิ่มขึ้นจาก 4 ครั้งเป็น 12 ครั้งต่อปี (เพิ่มขึ้น 3 เท่า) ทำให้ปรับตัวตามเทรนด์แฟชั่นได้ทันท่วงที

    • ระยะเวลาหมุนเวียนสินค้าคงคลังลดลงเหลือเพียง 114 วัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ดีเยี่ยมในอุตสาหกรรมค้าปลีก


4. Platform Business: การสร้างธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม

  • การดำเนินการ: 

    • ANTA ดึงข้อมูล Big Data จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซภายนอก (เช่น Tmall, JD, Douyin) เพื่อนำมาวิเคราะห์แบบเจาะลึก (Demand Insight) ทำให้ระบุไมโครเทรนด์ (Micro-trends) ได้ก่อนใคร

    • สร้างระบบนิเวศข้อมูลภายในด้วยระบบ CRM ส่วนกลางที่รวบรวมข้อมูลสมาชิกกว่า 100 ล้านรายจากทุกแบรนด์ในเครือ พร้อมติดป้ายกำกับ (Tagging) กว่า 100 มิติ

    • พัฒนาแพลตฟอร์มเครื่องมือบนมือถือ "An-Zhen WuYou" ให้ผู้จัดการร้านและพนักงานขายใช้ดูแลจัดการร้านค้า และสามารถนำเสนอสินค้าผ่านช่องทางโซเชียลได้ทุกที่ทุกเวลา

  • ผลลัพธ์: 

    • ระบบแพลตฟอร์มพนักงานช่วยให้เกิดการขายแบบ Omni-Channel อย่างสมบูรณ์ เชื่อมโยงประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน

    • อัลกอริทึมการตลาดที่ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลสมาชิกขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มอัตราการแปลงเป็นยอดขาย (Sales Conversion Rates) ได้ประมาณ 20% เมื่อเทียบกับการใช้คนวิเคราะห์แบบเดิม


Part 3: TRANSFORMER MAP

แผนที่การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของ ANTA


TRANSFORMER MAP แผนที่การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของ ANTA
TRANSFORMER MAP แผนที่การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของ ANTA
ANTA Sports วางกลยุทธ์ทรานส์ฟอร์มธุรกิจแบบรอบด้านเพื่อรับมือกับการดิสรัปต์และสร้างการเติบโตใหม่ โดยเริ่มจากการปกป้องฐานธุรกิจหลักเดิม (Box 1) ด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบ AI เข้ามาบริหารห่วงโซ่อุปทานและการออกแบบให้มีความ Lean และมีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการขยายช่องทางสู่ตลาดใหม่ (Box 2) ผ่านโมเดล Direct-to-Consumer (DTC) และการใช้มนุษย์เสมือน (AI Digital Human) จัดไลฟ์สตรีมเพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงและสกัดกั้นคู่แข่งหน้าใหม่ ขณะเดียวกัน องค์กรได้สร้างแกนธุรกิจใหม่ในตลาดเดิม (Box 3) ด้วยการเปลี่ยนจากการเป็นเพียงผู้ผลิตและขายส่งแบบดั้งเดิม มาเป็นผู้บริหารพอร์ตโฟลิโอหลายแบรนด์ (เช่น FILA, Descente) ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลการค้าปลีก และก้าวสู่ขการทรานส์ฟอร์ม (Box 4) ด้วยการยกระดับองค์กร (Repositioning) เป็นบริษัทโฮลดิ้งระดับโลกผ่านการเข้าซื้อกิจการแบรนด์สากล (เช่น Amer Sports, PUMA) และส่งออกเทคโนโลยีซัพพลายเชนอัจฉริยะของตนไปใช้บริหารจัดการแบรนด์เหล่านั้นทั่วโลก  ซึ่งการผสานกลยุทธ์ทั้ง 4 มิตินี้ช่วยให้ ANTA พลิกโฉมธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบและเติบโตอย่างก้าวกระโดดในยุคเศรษฐกิจ AI

อ่านต่อ

1. Core Business + Current Market: ปกป้องฐานที่มั่นด้วยความ Lean และเทคโนโลยี

ANTA มุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้ากลุ่มมวลชน (Mass Market) ในประเทศจีน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของแบรนด์ ANTA  โดยใช้กลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพ (Lean) และเทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน:

  • การอัปเกรดซัพพลายเชน: บริษัทได้บูรณาการระบบ ERP ส่วนกลาง (SAP S/4HANA) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของห่วงโซ่อุปทานได้ถึง 80%.

  • การผลิตและโลจิสติกส์อัจฉริยะ: มีการสร้างศูนย์อุตสาหกรรมอัจฉริยะที่ใช้เทคโนโลยี IoT และ RFID ควบคู่กับหุ่นยนต์จัดเก็บอัตโนมัติ (ระบบ Goods-to-Person) ทำให้กระบวนการรวดเร็วและแม่นยำขึ้น. ระบบแขวนอัจฉริยะในโรงงานยังช่วยลดจำนวนผู้จัดการการผลิตลงได้ถึง 75%.

  • การออกแบบด้วย AI: นำเครื่องมือ Generative AI มาให้นักออกแบบใช้ 100% ช่วยลดระยะเวลาการพัฒนาสินค้าจาก 1 เดือนเหลือเพียง 4 วัน.

  • ผลลัพธ์: การดำเนินงานที่ Lean และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลช่วยให้ ANTA รักษาระดับการหมุนเวียนสินค้าคงคลังไว้ที่ 114 วัน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ดีเยี่ยม.


2. Core Business + New Market: ขยายช่องทางและตลาด

เพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งหน้าใหม่หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาแย่งชิงตลาด ANTA ได้นำสินค้าหลัก (เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา) ไปเปิดน่านน้ำใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลและโมเดลธุรกิจที่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง:

  • โมเดล Direct-to-Consumer (DTC): ANTA เปลี่ยนจากการขายส่งผ่านตัวแทนจำหน่าย มาเป็นการดึงร้านค้ากลับมาบริหารจัดการเอง เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการขายและเข้าถึงลูกค้าโดยตรง.

  • รุกตลาด Live Commerce ด้วย AI: องค์กรได้นำ "พนักงานเสมือน" (AI Digital Human) มาทำหน้าที่สตรีมเมอร์ไลฟ์สดตลอด 24 ชั่วโมง. นวัตกรรมนี้สามารถเข้าถึงผู้ชมได้กว่า 10 ล้านคน และสร้างยอดขาย (GMV) เพิ่มเติมถึง 120 ล้านหยวน.ช

  • การขายแบบ Omni-Channel: ใช้แอปพลิเคชันบนมือถือให้พนักงานหน้าร้านสามารถนำเสนอและขายสินค้าผ่านโซเชียลมีเดียได้ทุกที่ทุกเวลา.



3. New Core Business + Current Market: ปรับโมเดลธุรกิจหลักเพื่อสร้างการเติบโตใหม่ในตลาดเดิม

ANTA ตระหนักว่าการเป็นเพียง "โรงงานรับจ้างผลิต" หรือแบรนด์มวลชนแบรนด์เดียวไม่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคจีนที่ยกระดับความต้องการได้ องค์กรจึงสร้าง "แกนธุรกิจใหม่" (New Core Business) ผ่านการเปลี่ยนสถานะเป็น นักบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Brand Management):

  • กลยุทธ์การเข้าซื้อกิจการ (Acquisition and Operation): ANTA เข้าซื้อแบรนด์ระดับพรีเมียมและเฉพาะกลุ่ม เช่น FILA, Descente และ Kolon Sport เพื่อนำมาเจาะตลาดกลุ่มแฟชั่นไฮเอนด์ กีฬาฤดูหนาว และกิจกรรมกลางแจ้งในประเทศจีน.

  • เปลี่ยนจาก Wholesale สู่ Retail Technology: แกนหลักของธุรกิจถูกเปลี่ยนจากการผลักสินค้าเข้าร้าน (Push) เป็นการดึงข้อมูลความต้องการ (Pull) ผ่านกลยุทธ์ "AI365" ทำให้สามารถพยากรณ์ความต้องการและจัดสรรสินค้าได้อย่างแม่นยำ.

  • ผลลัพธ์: แบรนด์ที่ถูกเข้าซื้ออย่าง FILA สามารถสร้างผลกำไรมหาศาล และมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 27.6%.


4. New Core Business + New Market: Repositioning สู่บริษัทเทคโนโลยีกีฬาระดับโลก

ANTA ยกระดับองค์กรอย่างสมบูรณ์แบบ (Reposition the Core) โดยก้าวออกจากตลาดจีนและโมเดลธุรกิจเดิม สู่การเป็น Global Holding Company ที่พร้อมบุกตลาดโลก:

  • โลกาภิวัตน์ผ่านแบรนด์ระดับตำนาน: การเข้าซื้อกิจการ Amer Sports (เจ้าของ Arc’teryx, Salomon) และการเข้าถือหุ้นใหญ่ใน PUMA ถือเป็นการเปิดประตูสู่ตลาดสากลอย่างแท้จริง.

  • ส่งออกโมเดลความสำเร็จด้านดิจิทัล: แกนธุรกิจใหม่ในกล่องนี้คือ การนำขีดความสามารถด้าน "ซัพพลายเชนอัจฉริยะ" (Smart Supply Chain) และโมเดล DTC ที่ประสบความสำเร็จในจีน ไปประยุกต์ใช้เพื่อเร่งการเติบโตให้กับแบรนด์ระดับโลกที่ไปเทกโอเวอร์มา.

  • ผลลัพธ์: ANTA ไม่ใช่แค่ผู้ผลิตเสื้อผ้ากีฬาอีกต่อไป แต่เป็นองค์กรเทคโนโลยีดิจิทัล (AI-Fueled Enterprise) ที่ท้าทายบัลลังก์ของแบรนด์ตะวันตกในเวทีโลก.


AI Consulting by DX Academy

พร้อมหรือยังที่จะสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ให้กับองค์กรของคุณ?




Part 4: BUSINESS MODEL CANVAS

การพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ของ ANTA


Business Model Canvas ของ ANTA
Business Model Canvas ของ ANTA

การออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่ของ ANTA Sports สะท้อน การพลิกโฉมจากผู้ผลิตและค้าส่งดั้งเดิม สู่การเป็นองค์กรบริหารแบรนด์กีฬาระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยมีกิจกรรมหลักและทรัพยากรหลักคือการใช้โครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ เช่น Ling Loong Design Model และการ "ส่งออกเทคโนโลยีซัพพลายเชนอัจฉริยะ" เพื่อยกระดับพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับโลกในเครือ (เช่น FILA, DESCENTE, Amer Sports)


สิ่งนี้ทำให้ ANTA สามารถส่งมอบคุณค่าด้านนวัตกรรมสินค้าที่รวดเร็ว ทันเทรนด์ และมีความยั่งยืน (ESG) ให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ครอบคลุมตั้งแต่มวลชนไปจนถึงตลาดเฉพาะกลุ่มทั่วโลก โดยเข้าถึงผู้บริโภคผ่านช่องทางแบบ Omni-Channel, อีคอมเมิร์ซ และ Live Commerce ที่ใช้มนุษย์เสมือนตลอด 24 ชั่วโมง ควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบเจาะจงบุคคลผ่านระบบข้อมูลอัจฉริยะ ซึ่งการปรับโครงสร้างทั้งหมดนี้ได้เปลี่ยนโครงสร้างต้นทุนไปสู่การลงทุนเชิงกลยุทธ์ด้าน R&D บุคลากร และเทคโนโลยี นำไปสู่การสร้างกระแสรายได้ที่แข็งแกร่งและหลากหลาย จนกลุ่มบริษัทสามารถทำรายได้รวมทะลุ 8 หมื่นล้านหยวนได้อย่างยั่งยืน

อ่านต่อ

1. Customer Segments (กลุ่มลูกค้า)

จาก กลุ่มมวลชนจีน สู่ ทุกเซกเมนต์ไลฟ์สไตล์ทั่วโลกตั้งแต่วัยรุ่น สตรีทแฟชั่น กีฬาเฉพาะทาง ไปจนถึงกิจกรรมกลางแจ้ง ครอบคลุมผู้บริโภคทุกไลฟ์สไตล์และทุกช่วงวัยทั่วโลก ผ่านการวางตำแหน่งแบรนด์ที่ชัดเจน

  • กลุ่มมวลชนและผู้รักการเล่นกีฬาทั่วไป (Mass Market & General Athletes): เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าฟังก์ชันสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี สำหรับการวิ่ง, ครอสเทรนนิ่ง และบาสเกตบอล ผ่านแบรนด์หลัก ANTA

  • กลุ่มเด็กและเยาวชน (Children & Youth): เจาะกลุ่มเด็กที่ต้องการเสื้อผ้ากีฬาเฉพาะทางผ่าน ANTA KIDS และกลุ่มเด็กตลาดบนผ่าน FILA KIDS รวมถึงกลุ่มวัยรุ่น (Gen Z) ที่หลงใหลในสตรีทแฟชั่น กีฬาสุดเทรนด์ และการครอสโอเวอร์ผ่าน FILA FUSION

  • กลุ่มผู้ชื่นชอบสปอร์ตแฟชั่นระดับไฮเอนด์ (Premium Sports Fashion): ลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงในเมืองระดับ Tier 1 และ Tier 2 ที่ต้องการภาพลักษณ์หรูหราควบคู่กับกีฬา ผ่านแบรนด์ FILA

  • กลุ่มผู้เล่นกีฬาเฉพาะทางและกีฬาระดับมืออาชีพ (Professional & Niche Sports): เจาะกลุ่มผู้รักการเล่นสกี, กอล์ฟ, ไตรกีฬา และจักรยาน ที่ต้องการวัสดุไฮเทคและงานฝีมือประณีต ผ่าน DESCENTE และแบรนด์ในเครือ Amer Sports (เช่น Arc'teryx, Salomon, Wilson)

  • กลุ่มผู้รักกิจกรรมกลางแจ้งและการตั้งแคมป์ (Outdoor Lifestyle & Campers): ผู้ที่ต้องการเชื่อมโยงแฟชั่นคนเมืองเข้ากับกิจกรรมกลางแจ้ง ผ่าน KOLON SPORT และผู้ที่ชื่นชอบการเดินป่าแบบมืออาชีพด้วยนวัตกรรมวิศวกรรมเยอรมันผ่าน JACK WOLFSKIN

  • กลุ่มผู้หญิงเอเชียที่รักสุขภาพ (Asian Women Fitness): เจาะกลุ่มผู้หญิงที่เล่นโยคะหรือฟิตเนส ที่ต้องการเสื้อผ้ากีฬาซึ่งออกแบบมาเพื่อสรีระผู้หญิงเอเชียโดยเฉพาะ (Sizing system) ผ่านแบรนด์ MAIA ACTIVE

  • กลุ่มผู้นำเทรนด์แฟชั่นเกาหลี (K-Fashion Trend-seekers): เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองหาสินค้าแฟชั่นกีฬาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านการร่วมทุนกับแพลตฟอร์ม MUSINSA


2. Value Propositions (การเสนอคุณค่า)

จาก เสื้อผ้ากีฬาทั่วไป สู่ ประสบการณ์ Omni-channel เฉพาะบุคคลที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม AI และแนวคิดรักษ์โลก (ESG)

  • สินค้านวัตกรรมที่รวดเร็วและแม่นยำ (AI-Driven Product Innovation): ส่งมอบสินค้าที่ทันเทรนด์ด้วยการใช้โมเดล AI ขนาดใหญ่ในการออกแบบ ("Ling Loong Design Model")  ซึ่งช่วยกระตุ้นไอเดียสร้างสรรค์และลดเวลาการพัฒนาสินค้าได้อย่างมหาศาล

  • ประสิทธิภาพระดับโอลิมปิกในราคาที่จับต้องได้: นำเสนอเทคโนโลยีวัสดุขั้นสูงที่ผ่านการรับรองจากนักกีฬาระดับโลก สู่ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคทั่วไป

  • ประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalization): นำเสนอสินค้าและบริการที่รู้ใจลูกค้าผ่านการประมวลผลของ AI ในระบบสมาชิก (Private Domain)

  • ความยั่งยืน (ESG & Sustainability): ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยสินค้าที่ใช้วัสดุยั่งยืนถึง 38% และบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรรอบโลกถึง 46% (เช่น การเลิกใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวในร้าน)


3. Customer Relationships (ความสัมพันธ์กับลูกค้า)

จาก การบริการหน้าร้านปกติ สู่ การใช้ AI ช่วยบริการลูกค้าแบบเจาะจง (Private Domain) และบริการหลังการขายอัจฉริยะ

  • ระบบบริการลูกค้าอัจฉริยะด้วย AI: การใช้เครื่องมือ AI ช่วยเพิ่มความเร็วในการตอบสนองลูกค้าได้มากกว่า 50% และเพิ่มความพึงพอใจได้ถึง 11% ทำให้พนักงานที่เป็นมนุษย์สามารถโฟกัสกับการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้

  • การตลาดเจาะจงผ่านระบบ CRM (Private Domain Target Sales): ใช้ AI เข้ามาช่วยกำหนดเป้าหมายการขายไปยังสมาชิก ซึ่งช่วยเพิ่มอัตราการแปลงยอดขาย (Conversion Rate) ได้ถึง 20%

  • การมีส่วนร่วมผ่านกีฬาและอีเวนต์: สร้างชุมชนคนรักกีฬาผ่านการเป็นผู้สนับสนุนหลัก เช่น FILA เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของ China Open (Tennis) และ Volvo China Open (Golf)


4. Channels (ช่องทาง)

จาก ตัวแทนค้าส่ง สู่ อีคอมเมิร์ซ และ Live Commerce โดยมนุษย์เสมือน 24 ชั่วโมง

  • ช่องทางค้าปลีกออฟไลน์แบบ Omni-Channel: บริหารจัดการเครือข่ายร้านค้าปลีกครอบคลุมทุกแบรนด์ (เช่น Areana Store, Palace Store และ Lighthouse Store ของ ANTA)

  • แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ: ยอดขายออนไลน์เติบโต 15.5% เมื่อเทียบรายปี และคิดเป็นสัดส่วนถึง 35.8% ของรายได้รวมทั้งหมดของกลุ่มบริษัท

  • Live Commerce ตลอด 24 ชั่วโมง: ใช้มนุษย์เสมือน (Digital Humans) ในการสตรีมมิ่งผ่านแพลตฟอร์มทั้งในและต่างประเทศ โดยมีชั่วโมงออกอากาศกว่า 100,000 ชั่วโมงต่อปี


5. Revenue Streams (แหล่งรายได้)

จาก การพึ่งพาแบรนด์เดียว สู่ รายได้กว่า 8 หมื่นล้านหยวนในปี 2025 จากเครื่องยนต์หลายสูบ (ANTA, FILA และแบรนด์เฉพาะกลุ่ม)

  • รายได้รวมทะลุ 80 พันล้านหยวน (80.22 พันล้านหยวน ในปี 2025 เติบโต 13.3%) 

  • โครงสร้างรายได้แบ่งตามกลุ่มแบรนด์หลัก:

    • แบรนด์ ANTA: สร้างรายได้ 34.75 พันล้านหยวน (คิดเป็น 43.3% ของรายได้รวม)

    • แบรนด์ FILA: สร้างรายได้ 28.47 พันล้านหยวน (คิดเป็น 35.5% ของรายได้รวม) พร้อมอัตรากำไรจากการดำเนินงานสูงถึง 26.1%

    • แบรนด์อื่นๆ (DESCENTE, KOLON SPORT ฯลฯ): สร้างรายได้ 17.00 พันล้านหยวน (เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 59.2%)

6. Key Activities (กิจกรรมสำคัญ)

จาก การผลิตและขาย สู่ การส่งออกเทคโนโลยีซัพพลายเชนอัจฉริยะให้แบรนด์ในเครือ และออกแบบด้วย Generative AI

  • การส่งออกเทคโนโลยีและการปฏิบัติการภายใน (Internal Tech Export & Synergy): การทำหน้าที่บริหารส่วนกลาง โดยนำองค์ความรู้ด้านดิจิทัล ระบบการจัดการสินค้าคงคลัง (SAP) และเทคโนโลยี AI ไปยกระดับ (Scale) แบรนด์ระดับโลกทั้งหมดในพอร์ตโฟลิโอให้มีศักยภาพเติบโตในโลกยุคใหม่

  • การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D) ผ่าน AI: การใช้โมเดล AI นำร่องกระบวนการออกแบบ (Creative Brainstorming) ซึ่งช่วยสร้างคำสั่งซื้อสินค้าที่ออกแบบโดย AI ได้มากกว่า 9 พันล้านหยวน

  • การบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอแบรนด์ (Brand Acquisition & Operations): การวิเคราะห์และจัดโครงสร้างแบรนด์แต่ละตัวให้ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Single-focus, Multi-brand)


7. Key Resources (ทรัพยากรสำคัญ)

จาก ทรัพยากรโรงงาน สู่ อาณาจักรพอร์ตโฟลิโอแบรนด์สากลและระบบ AI ขนาดใหญ่ (Ling Loong)

  • พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับโลก (Brand Assets): การครอบครองสิทธิ์และเป็นเจ้าของแบรนด์อันแข็งแกร่ง เช่น ANTA, FILA, DESCENTE, KOLON SPORT, MAIA ACTIVE, JACK WOLFSKIN และเครือ Amer Sports

  • โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลและ AI: สุดยอดโมเดล AI สำหรับงานออกแบบอุตสาหกรรมเครื่องกีฬา "Ling Loong Design Model", ฐานข้อมูลสมาชิกขนาดใหญ่, และเทคโนโลยีมนุษย์เสมือน

  • ระบบนิเวศซัพพลายเชนและโลจิสติกส์: สต็อกและเครือข่ายการจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพสูง (อัตราหมุนเวียนสินค้าคงคลังเฉลี่ยอยู่ที่ 137 วัน)

  • ทุนมนุษย์และผู้เชี่ยวชาญ: พนักงานกว่า 67,700 คนจาก 28 ประเทศ โดยมีสัดส่วนผู้บริหารหญิงถึง 41.1%


8. Key Partnerships (พันธมิตรสำคัญ)

จาก ผู้รับจ้างผลิต สู่ การร่วมทุนกับแพลตฟอร์มข้ามชาติ (MUSINSA) และซัพพลายเออร์ที่ผ่านเกณฑ์ ESG ระดับโลก

  • พันธมิตรด้านกิจการร่วมค้า (Joint Ventures): แพลตฟอร์ม MUSINSA เพื่อเจาะตลาดสตรีทแฟชั่นเกาหลีและผู้บริโภควัยรุ่น

  • พันธมิตรด้านนักกีฬาและวงการกีฬา: การเป็นผู้สนับสนุนนักกีฬาระดับโลกและโอลิมปิก เช่น Eileen Gu (谷爱凌), Kyrie Irving ฯลฯ

  • พันธมิตรซัพพลายเชนด้านความยั่งยืน: ซัพพลายเออร์ระดับ 1 และ 2 ร้อยละ 100 ต้องผ่านการตรวจสอบด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance)


9. Cost Structure (โครงสร้างต้นทุน)

จาก การจมกับสต็อกสินค้า สู่ การจัดสรรต้นทุนไปที่บุคลากร (15.3%), R&D (2.7%) และการอัปเกรดเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง

  • ต้นทุนพนักงาน (Staff Costs): คิดเป็น 15.3% ของรายได้ (ราว 12.24 พันล้านหยวน) ซึ่งเกิดจากการลงทุนในทรัพยากรบุคคลและการขยายธุรกิจ

  • ต้นทุนด้านการตลาดและโฆษณา (A&P Expenses): คิดเป็น 8.0% ของรายได้ เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของแบรนด์ในช่วงการแข่งขันกีฬารายการสำคัญ

  • ต้นทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D Costs): ลงทุนอย่างต่อเนื่องคิดเป็น 2.7% ของรายได้ (เกือบ 2.2 พันล้านหยวน) เพื่อคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค

  • รายจ่ายลงทุนทางเทคโนโลยีและ M&A: ต้นทุนการดำเนินโครงสร้าง AI, การจัดการโมเดล DTC, และการซื้อหรือร่วมลงทุนในกิจการแบรนด์ใหม่



Part 5: DIGITAL TRANSFORMATION CANVAS

ถอดรหัสการทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ความสำเร็จ ANTA


DIGITAL TRANSFORMATION CANVAS ของ ANTA
DIGITAL TRANSFORMATION CANVAS ของ ANTA

ส่วนที่ 1:  ตั้งหลักทรานส์ฟอร์ม


01. Define New Core Business

การประเมินธุรกิจหลักใหม่

จาก โรงงานรับจ้างผลิต (OEM) และผู้ค้าส่งอุปกรณ์กีฬาระดับท้องถิ่น สู่ บริษัทโฮลดิ้งระดับโลกที่บริหารพอร์ตโฟลิโอแบรนด์กีฬาหลากหลาย ด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีอัจฉริยะ

จาก ... ANTA เริ่มต้นจากการเป็นโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ในจีน องค์กรเคยพึ่งพาระบบค้าส่งและขาดข้อมูลลูกค้าปลายทาง การบริหารจัดการแต่ละแบรนด์แยกส่วนกัน ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสเกลระดับโลกได้เต็มที่

สู่ ... ปัจจุบันองค์กรได้ยกระดับเป็น "กลุ่มบริษัทอุปกรณ์กีฬาหลายแบรนด์ชั้นนำระดับโลก" ภายใต้ยุทธศาสตร์ "Single-focus, Multi-brand, Globalization"


02. Define New Value Proposition

นำเสนอข้อเสนอทางคุณค่าใหม่ของธุรกิจ

  • นวัตกรรมสินค้าจาก AI (AI-Driven Product Innovation): ส่งมอบสินค้าที่ทันกระแสอย่างรวดเร็วผ่านการใช้โมเดล AI ขนาดใหญ่ในการออกแบบ "Ling Loong Design Model"

  • ยกระดับแบรนด์พันธมิตรระดับโลก (Empowering Global Brands): มอบคุณค่าแบบ B2B/Internal Tech Export ด้วยการส่งมอบเทคโนโลยีซัพพลายเชนและนวัตกรรมค้าปลีก เพื่อเร่งการเติบโตให้แบรนด์ระดับตำนานในเครือ (เช่น Amer Sports, JACK WOLFSKIN, PUMA)

  • ความยั่งยืนระดับโลก (Sustainability & ESG): นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (สินค้า 38% และบรรจุภัณฑ์ 46% เป็นวัสดุยั่งยืน) และบริการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ผ่านการรับรองจาก SBTi

  • ประสบการณ์ช้อปปิ้งแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) แบบ ไร้รอยต่อ 24 ชม: บริการลูกค้าอัจฉริยะด้วย AI ที่รวดเร็วขึ้นกว่า 50% ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแบบเรียลไทม์


03. Define New Business Model

ออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่


การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลและ AI ช่วยปลดล็อกแหล่งรายได้ใหม่ๆ และวิธีการสร้างการเติบโตที่ยืดหยุ่น ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโมเดลธุรกิจแบบดั้งเดิม โดยเปลี่ยนกระแสรายได้ของ ANTA ให้มีความหลากหลายและมีอัตรากำไรที่สูงขึ้น ดังนี้:

  • รายได้จากสินค้าที่ออกแบบด้วย AI (AI-Assisted Product Design): การนำโมเดล AI ขนาดใหญ่ (Ling Loong Design Model) มาใช้ออกแบบสินค้าช่วยให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ตลาดและออกวางจำหน่ายได้รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดแหล่งรายได้ใหม่ก้อนใหญ่ โดยสร้างยอดสั่งซื้อได้มากกว่า 9 พันล้านหยวน

  • รายได้จาก Live Commerce 24 ชั่วโมง (AI Digital Human): การใช้ "มนุษย์เสมือน" (Digital Humans) มาทำหน้าที่สตรีมเมอร์ไลฟ์สดข้ามแพลตฟอร์มทั้งในและต่างประเทศตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีชั่วโมงออกอากาศกว่า 100,000 ชั่วโมงต่อปี ช่วยสร้างยอดขาย (GMV) ส่วนเพิ่มได้มากกว่า 300 ล้านหยวน

  • รายได้ส่วนเพิ่มจากการตลาดแบบเจาะจงบุคคล (Private Domain Targeted Sales): การใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และนำเสนอสินค้าให้ตรงใจสมาชิก (Personalization) ช่วยเพิ่มอัตราการแปลงยอดขาย (Conversion Rate) ขึ้น 20% และสร้างยอดขาย (GMV) ส่วนเพิ่มได้อีกเกือบ 500 ล้านหยวน

  • รายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยจากช่องทาง Direct-to-Consumer (DTC) และอีคอมเมิร์ซ: การตัดตัวกลางค้าส่งออกไปทำให้บริษัทรับรู้รายได้และกำไรขั้นต้นได้สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะช่องทางอีคอมเมิร์ซที่มีการเติบโต 15.5% เมื่อเทียบรายปี และก้าวขึ้นมาคิดเป็นสัดส่วนถึง 35.8% ของรายได้รวมทั้งหมดของกลุ่มบริษัท

  • รายได้จากการส่งออกเทคโนโลยีสู่พอร์ตโฟลิโอแบรนด์ระดับโลก (Tech Export & Brand Synergy): การใช้โครงสร้างซัพพลายเชนอัจฉริยะและระบบนิเวศดิจิทัลส่วนกลาง ไปยกระดับและเร่งยอดขายให้กับแบรนด์เฉพาะกลุ่มที่บริษัทเข้าซื้อกิจการ (เช่น DESCENTE, KOLON SPORT) จนทำให้รายได้จากกลุ่มแบรนด์อื่นๆ เหล่านี้เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 59.2% และทำรายได้สูงถึง 1.7 หมื่นล้านหยวน


ส่วนที่ 2:  สร้างความสามารถใหม่ด้านดิจิทัล


04. Identify Existing Digital Capabilities

ประเมินสินทรัพย์ทางดิจิทัลดั้งเดิมที่เป็นรากฐานก่อนการทรานส์ฟอร์ม

  • ด้านข้อมูลและระบบ: ระบบข้อมูลกระจัดกระจายแบบไซโล ขาดการเชื่อมต่อระหว่างร้านค้าและสำนักงานใหญ่

  • ด้านช่องทางและลูกค้า: ตาบอดด้านข้อมูลยอดขายจริง (Blind spot) ในโมเดลค้าส่ง ขาดเครื่องมือในการทำ Personalization

  • ด้านซัพพลายเชนและการออกแบบ: คลังสินค้าและโรงงานพึ่งพาแรงงานคน การวาดแบบสินค้าต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์


05. Develop New Digital Capabilities

กำหนดขีดความสามารถใหม่ด้านดิจิทัล

  • AI สำหรับงานออกแบบและการดำเนินการ: ต้องการขีดความสามารถในการใช้ "Large Design Model" เฉพาะทางของอุตสาหกรรม

  • AI สำหรับการดูแลลูกค้าและสร้างประสบการณ์: ต้องการเครื่องมือ AI ที่ทำงานได้อิสระ เช่น มนุษย์เสมือนสำหรับการไลฟ์สตรีม 24 ชั่วโมง และระบบ AI บริการลูกค้าที่เข้ามาช่วยจัดการคำถามทั่วไป เพื่อให้พนักงานมนุษย์มีเวลาโฟกัสกับปัญหาที่ซับซ้อน

  • ระบบดิจิทัลเพื่อการจัดการ ESG: ต้องการระบบจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อติดตามรอยเท้าคาร์บอน (Scope 1, 2, 3) และการตรวจสอบมาตรฐานซัพพลายเออร์


06. Digital Initiatives & Roadmap

วางแผนและสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัลจากปัจจุบันไปสู่อนาคต


  • Phase 1 & 2 (2012 - 2020): วางรากฐานกู้วิกฤตสต็อกสินค้า สู่ยุทธศาสตร์ดิจิทัล 1.0 (เปลี่ยนเข้าสู่โมเดล DTC และติดตั้งระบบ ERP S/4HANA ทั่วองค์กร)

  • Phase 3 (2021 - 2023): ยุทธศาสตร์ดิจิทัล 2.0 (AI365) นำปัญญาประดิษฐ์และระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะเข้ามาใช้ในทุกขั้นตอนธุรกิจ

  • Phase 4 (2024 - 2026+): Global Tech Export & ESG Integration: ต่อยอดการใช้โมเดลออกแบบ AI (Ling Loong) ที่ช่วยสร้างยอดสั่งซื้อกว่า 9 พันล้านหยวน เพิ่มชั่วโมงออกอากาศของมนุษย์เสมือนเป็นมากกว่า 100,000 ชั่วโมงต่อปี และบูรณาการเป้าหมายลดคาร์บอนควบคู่กับการขยายสาขาแบรนด์ระดับโลกตามเป้าหมายปี 2026


ส่วนที่ 3: Transformation in Action


07. Organizational Transformation

ออกแบบการเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล


จาก โครงสร้างองค์กรแบบลำดับขั้นที่แต่ละแผนกทำงานแบบปกป้องทรัพยากรของตนเอง (Silos) สู่ ทีมงานข้ามสายงาน (Cross-functional Digital Taskforce) ที่มีวัฒนธรรม "ดิจิทัลเป็นที่หนึ่ง" และมองว่า AI คือผู้ช่วยทรงพลังในการยกระดับประสิทธิภาพมนุษย์ (AI-augmented workforce)

  • โครงสร้างและการทำงานระดับโลก: บริหารจัดการพนักงานกว่า 67,700 คนจาก 28 ประเทศ โดยให้ความสำคัญกับความหลากหลาย (มีผู้บริหารหญิงถึง 41.1%)

  • การพัฒนาบุคลากรและวัฒนธรรม: สร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้โดยมีชั่วโมงการฝึกอบรมกว่า 1.75 ล้านชั่วโมง และปลูกฝังแนวคิดว่า AI คือเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพ เพื่อให้พนักงานยกระดับทักษะไปสู่การบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น


08. Agile Strategy & Planning

เปลี่ยนกลยุทธ์และการดำเนินงานด้วยแนวคิด Agile


จาก การวางแผนล่วงหน้าระยะยาวแบบตายตัว และการผลิตแบบผลักสินค้าเข้าสู่ตลาด (Push Model) ตามการคาดเดา สู่ ความคล่องตัวระดับสูง (Agility) ด้วยการผลิตแบบดึง (Pull Model) ที่ปรับเปลี่ยนการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ตามสัญญาณข้อมูลผู้บริโภคจริง ทำให้สต็อกไม่บวมและลดความเสี่ยงทางธุรกิจ

  • Dynamic Management Model: ใช้โมเดลการบริหารแบบไดนามิกที่เน้น "การเติบโตอย่างมีคุณภาพสูง" (High Quality Growth) และ "ความสามารถในการทำกำไรที่มั่นคง" (Stable Profitability)

  • การเอาชนะด้วยผลิตภัณฑ์และการดำเนินงาน (Winning through Products & Operations): ปรับใช้ AI และข้อมูลเพื่อเจาะเทรนด์เฉพาะกลุ่ม (เช่น แฟชั่นกีฬากลางแจ้งผ่าน KOLON SPORT และ JACK WOLFSKIN) และใช้กลยุทธ์ผลักดันการอัปเกรดช่องทางค้าปลีกด้วยประสิทธิภาพ


09. Building Collaborative Ecosystem

สร้างระบบนิเวศใหม่ที่สร้างการมีส่วนร่วมกันระหว่างในและนอกองค์กร


จาก การมีปฏิสัมพันธ์แบบ "ผู้ซื้อ-ผู้ขาย" กับโรงงานรับจ้างผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายทั่วไป สู่ การสร้างระบบนิเวศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Collaborative Ecosystem) กับพันธมิตรนวัตกรรมระดับโลก สตาร์ทอัพเทคโนโลยี และซัพพลายเออร์ที่ยึดมั่นในความยั่งยืน (ESG) เพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง

  • พันธมิตรด้านการร่วมทุน (Joint Ventures) และ M&A: ตั้งกิจการร่วมค้ากับแพลตฟอร์มเกาหลี MUSINSA เพื่อเจาะตลาดแฟชั่นวัยรุ่น  รวมถึงการเข้าถือหุ้นใหญ่ในกลุ่ม Amer Sports และแบรนด์ระดับโลกอื่นๆ

  • พันธมิตรซัพพลายเชนด้านความยั่งยืน: ตรวจสอบซัพพลายเออร์ระดับ 1 และ 2 ด้าน ESG แบบ 100% ขับเคลื่อนให้ซัพพลายเออร์กว่า 130 รายใช้พลังงานสะอาด

  • พันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับโลก: ดึงยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่าง IBM, Baidu, TopView.ai และ HAI Robotics เข้ามาเติมเต็มขีดความสามารถที่องค์กรไม่สามารถสร้างได้ด้วยตนเอง

ANTA พิสูจน์ให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กล้าหาญในการพลิกโฉมองค์กรจากอดีตโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) ที่เคยติดกับดักวิกฤตสินค้าคงคลังจากโมเดลค้าส่ง สู่การเป็นกลุ่มบริษัทอุปกรณ์กีฬาที่มีมูลค่าตลาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกซึ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างสมบูรณ์ ก้าวขึ้นเป็นองค์กรตัวอย่างที่คว้ารางวัลระดับโลกอย่าง "Future Enterprise of the Year" และสร้าง "New Growth Engine" ที่ท้าทายผู้นำแบรนด์กีฬาตะวันตกในเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ความสำเร็จนี้เกิดจากการผสานโมเดลธุรกิจ Direct-to-Consumer (DTC) เข้ากับยุทธศาสตร์ "AI365" ที่นำเทคโนโลยีมาปฏิบัติจริงในทุกมิติ ตั้งแต่การใช้ระบบ ERP ส่วนกลางและโลจิสติกส์อัจฉริยะเพื่อพลิกโฉมซัพพลายเชน การนำโมเดล AI ขนาดใหญ่ (Ling Loong) มาให้นักออกแบบใช้งาน 100% เพื่อร่นระยะเวลาพัฒนาสินค้าอย่างก้าวกระโดด ไปจนถึงการใช้ "มนุษย์เสมือน" (AI Digital Human) จัดไลฟ์สตรีมตลอด 24 ชั่วโมง และทำตลาดเจาะจงบุคคลผ่านฐานข้อมูลสมาชิกระดับร้อยล้านราย ควบคู่ไปกับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนให้พนักงานใช้ AI โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการลดคน รวมถึงการบูรณาการเป้าหมายด้านความยั่งยืน (ESG)


Executive & Train The Trainer Training Programs by DX Academy

หลักสูตรทรานส์ฟอร์มธุรกิจสำหรับผู้บริหาร สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในยุค AI



List of References

  • ANTA Sports Products Limited. (2025). Annual report 2025.

  • ANTA Sports Products Limited. (2024). Annual report 2024.

  • Chen, D. H. (2020). ANTA Group: Global sportswear brand uses fine-grained retail insights to tune performance and boost sales. IBM Case Studies.

  • IBM. (n.d.). ANTA Group. IBM Case Studies.

  • IDC China. (2025). 2025 IDC中国未来企业大奖颁奖词: 安踏集团 [2025 IDC China Future Enterprise Award Citation: ANTA Group].

  • Olympic News. (n.d.). The IOC announces ANTA as its official sportswear uniform supplier.

  • World Economic Forum. (n.d.). Blueprint to action: China's path to AI-powered industry transformation.

  • 陈凯乐 [Chen, K.]. (2024). 安踏的数字化转型正在消费者看不到的地方发生 [ANTA's digital transformation is happening where consumers cannot see]. 亿邦动力网 [Ebrun].

  • 晋江经济报 [Jinjiang Economic News]. (2025, November 12). 安踏集团获企业管理权威奖项 [ANTA Group won an authoritative corporate management award].

  • 新华网 [Xinhua News]. (2025, August 5). 安踏集团:领跑体育用品产业全链AI革命 [ANTA Group: Leading the entire industry chain AI revolution in sporting goods]. 中宏网官微.

  • 周宏骐, & 陈赋明 [Zhou, H., & Chen, F.]. (2024). 安踏:越过数字化“深水区” [ANTA: Crossing the "deep water zone" of digitalization]. 商业评论 [Business Review].


bottom of page