top of page

Ping An Health (Ping An Good Doctor) — จากธุรกิจประกัน สู่ผู้นำธุรกิจด้าน FinTech และแพลตฟอร์ม Healthcare ครบวงจรอันดับ 1 ของโลก

  • รูปภาพนักเขียน: DX Academy
    DX Academy
  • 26 ธ.ค. 2568
  • ยาว 11 นาที

อัปเดตเมื่อ 2 ม.ค.


Ping An Health (Ping An Good Doctor) ปฏิวัติอุตสาหกรรมการแพทย์ดั้งเดิมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) สู่ผู้นำธุรกิจด้าน FinTech และแพลตฟอร์ม Healthcare ครบวงจรอันดับ 1 ของโลก
จากธุรกิจประกัน สู่ผู้นำธุรกิจด้าน FinTech และแพลตฟอร์ม Healthcare ครบวงจรอันดับ 1 ของโลก

เจาะลึกเส้นทางการทรานส์ฟอร์มธุรกิจของ Ping An Health (Ping An Good Doctor) จากจุดเริ่มต้นในการแก้ปัญหาระบบสาธารณสุขจีนที่แออัด สู่การเป็นผู้นำแพลตฟอร์มการแพทย์ครบวงจรระดับโลกที่มีผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านคน โดยผู้อ่านจะได้เรียนรู้กลยุทธ์การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) ขั้นสูงมาผสานการทำงานร่วมกับทีมแพทย์มนุษย์เพื่อยกระดับความแม่นยำในการวินิจฉัยและขยายขีดความสามารถในการให้บริการ พร้อมทั้งถอดบทเรียนสำคัญในการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจจากการเน้นเติบโต (Growth) สู่ความยั่งยืน (Profitability) จนสามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้สำเร็จในปี 2025 ผ่านการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงบริการสุขภาพ ประกันภัย และลูกค้าองค์กรเข้าด้วยกันอย่างลงตัว





Background


Ping An Good Doctor (ปัจจุบันรีแบรนด์เป็น Ping An Health) คือกรณีศึกษาที่โดดเด่นที่สุดรายหนึ่งของโลกในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปฏิวัติอุตสาหกรรมการแพทย์ดั้งเดิม จากการก่อตั้งในปี 2014 โดยกลุ่ม Ping An Insurance เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในประเทศจีน บริษัทได้พัฒนาแพลตฟอร์มภายใต้แนวคิด “Internet + AI + แพทย์” ที่เชื่อมโยงผู้ป่วย แพทย์ และโรงพยาบาลเข้าด้วยกัน

ความสำเร็จของการทรานส์ฟอร์มสะท้อนผ่านการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งในด้านฐานผู้ใช้งานที่ครอบคลุม 1 ใน 3 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในจีน (มากกว่า 300 ล้านคน) และความสามารถในการขยายบริการรองรับวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างทันท่วงที ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญคือการพัฒนาเทคโนโลยี AI ขั้นสูง เช่น “Ping An Xin Yi” และระบบ LLM ทางการแพทย์ ที่มีความแม่นยำในการวินิจฉัยโรคสูงกว่า 95% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและลดภาระแพทย์


นอกจากมิติด้านเทคโนโลยี Ping An Health ยังประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านโมเดลธุรกิจจากระยะเริ่มต้นที่เน้นการเติบโต (Growth) มาสู่ระยะความยั่งยืน (Profitability) โดยสามารถสร้างกำไรสุทธิได้ในช่วงกลางทศวรรษ 2020 (กำไร 134 ล้านหยวนในครึ่งปีแรกของ 2025) ผ่านการผนวกบริการสุขภาพเข้ากับระบบประกัน (Managed Care) และบริการลูกค้าองค์กร  กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ Digital & AI Transformation ไม่เพียงแต่ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนตามเป้าหมาย Healthy China 2030 แต่ยังสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจที่ยั่งยืนได้จริง


Business Overview

Ping An Group’s health and senior care ecosystem
Ping An Group’s health and senior care ecosystem

Ping An Good Doctor ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 เป็นธุรกิจเรือธงด้าน HealthTech ภายใต้กลุ่มบริษัท Ping An Insurance (Group) Company of China, Ltd. หรือ Ping An ยักษ์ใหญ่ด้านการเงินของโลก โดยมีวิสัยทัศน์ในการสร้างระบบนิเวศการดูแลสุขภาพ (Healthcare Ecosystem) ที่เชื่อมต่อบริการทางการเงินเข้ากับการดูแลสุขภาพตามกลยุทธ์ “หนึ่งลูกค้า, บัญชีเดียว, หลายผลิตภัณฑ์, บริการครบวงจร” บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2018 (HKEX: 1833.HK) และระดมทุนได้ถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ


Ping An มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือและเสริมศักยภาพของธุรกิจต่างๆ ซึ่งกันและกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยมี Ping An Health เป็นผู้นำในระบบนิเวศด้านสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุของ Ping An เพื่อการพัฒนาบริการทางการแพทย์และสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น


Ping An Good Doctor (Ping An Health) ภาพรวมเชิงกลยุทธ์: การดำเนินการเพื่อผู้จ่ายเงินและการบูรณาการผู้ให้บริการเพื่อให้ได้บริการที่มีประสิทธิภาพคุ้มค่าที่สุด
ภาพรวมเชิงกลยุทธ์: การดำเนินการเพื่อผู้จ่ายเงินและการบูรณาการผู้ให้บริการเพื่อให้ได้บริการที่มีประสิทธิภาพคุ้มค่าที่สุด

โมเดลธุรกิจและการให้บริการ โมเดลการทำงานหลักคือ Online-to-Offline (O2O) โดยผสมผสานสามส่วนประกอบสำคัญ:

  • แพลตฟอร์ม AI + แพทย์: ผู้ป่วยเริ่มต้นด้วยการคัดกรองอาการผ่าน AI Doctor ก่อนส่งต่อให้แพทย์มนุษย์ ซึ่งประกอบด้วยทีมแพทย์ประจำ (In-house) กว่า 1,000 คน และแพทย์พันธมิตรภายนอกกว่า 21,000 คน ให้บริการตลอด 24/7

  • เครือข่ายออฟไลน์: หากจำเป็นต้องรักษาต่อ ระบบจะส่งต่อไปยังเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 3,700 แห่ง และมีบริการร้านขายยาออนไลน์ (Health Mall) ที่จัดส่งยาถึงบ้านภายใน 1 ชั่วโมง

  • กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย: ให้บริการทั้งลูกค้าทั่วไป (C-end) ลูกค้าองค์กร (B-end) และลูกค้าประกัน (F-end) โดยเน้นการสร้างรายได้จากการเป็นสมาชิกรายปี (Family Doctor) และบริการตรวจสุขภาพองค์กร

Challenges

Ping An Good Doctor (Ping An Health) Strengthening AI Capabilities: Building Sustainable Advantage through Data, Models, and Real-World Deployment
ศักยภาพด้าน AI: เสริมสร้างความได้เปรียบของเราในด้าน “ข้อมูล + โมเดล + สถานการณ์จริง” ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุข (Pain Points) ก่อนการทรานส์ฟอร์ม จีนเผชิญปัญหา “คนไข้ล้นโรงพยาบาล” โดยคนไข้ต้องรอคิวนานถึง 3 ชั่วโมงเพื่อพบแพทย์เพียง 5 นาที ทรัพยากรทางการแพทย์กระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ทำให้การเข้าถึงบริการระดับปฐมภูมิ (Primary Care) เป็นเรื่องยากลำบาก

  1. ความเชื่อมั่นและการเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค ความท้าทายในช่วงแรก (2014-2019) คือการโน้มน้าวให้ผู้ป่วยเชื่อมั่นในการรักษาผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่มาก Ping An ต้องลงทุนมหาศาลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยการจ้างแพทย์เก่งๆ มาทำงานเต็มเวลาและการันตีคุณภาพการวินิจฉัย

  2. ความยั่งยืนของโมเดลรายได้ (Profitability Challenge) ในช่วงแรกบริษัทเน้นกลยุทธ์ “เติบโตก่อน กำไรทีหลัง” (Growth over profit) ทำให้ประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องหลายปี (เช่น ขาดทุน 734 ล้านหยวนในปี 2019) ต้นทุนในการดึงลูกค้าใหม่และค่าจ้างบุคลากรทางการแพทย์สูงมาก นักลงทุนจึงตั้งคำถามถึงความสามารถในการทำกำไรระยะยาว

  3. การรับมือวิกฤต (Scalability during Crisis) ในช่วงโควิด-19 ปริมาณผู้ใช้งานพุ่งสูงขึ้นถึง 10 เท่าในเดือนแรก ความท้าทายคือทำอย่างไรระบบจะไม่ล่ม และจะรักษามาตรฐานการคัดกรองผู้ป่วยจำนวนมหาศาลได้อย่างไรโดยที่แพทย์มนุษย์ไม่ทำงานหนักจนเกินขีดจำกัด


Ping An Health เริ่มต้นจากปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุขจีนที่มีความต้องการมหาศาลแต่ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และการกระจายตัวที่ไม่ทั่วถึง ทำให้ผู้ป่วยต้องรอคิวนานเพื่อพบแพทย์เพียงช่วงสั้นๆ ซึ่งนำไปสู่ความยากลำบากในการเปลี่ยนพฤติกรรมและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้หันมาใช้บริการแพทย์ออนไลน์แทนการไปโรงพยาบาลใหญ่ นอกจากนี้ บริษัทยังเผชิญโจทย์ใหญ่ด้านความยั่งยืนทางการเงิน เนื่องจากโมเดลธุรกิจในช่วงแรกเน้นการขยายฐานผู้ใช้มากกว่าผลกำไร (Growth over profit) ส่งผลให้ประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่องยาวนานจากต้นทุนการจ้างทีมแพทย์และการตลาดที่สูง อีกทั้งยังต้องรับมือกับแรงกดดันมหาศาลในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ต้องขยายระบบเพื่อรองรับผู้ใช้งานที่พุ่งสูงขึ้นถึง 10 เท่าโดยยังคงต้องรักษามาตรฐานความแม่นยำและความรวดเร็วในการคัดกรองผู้ป่วยให้ได้ท่ามกลางสถานการณ์ฉุกเฉิน

Goals and Outcomes

Ping An Good Doctor (Ping An Health) การประยุกต์ใช้และการส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์อย่างมีนัยสำคัญ: การพัฒนาที่สำคัญในด้านการดูแลทางการแพทย์ระดับมืออาชีพและความสำเร็จที่โดดเด่นในการส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์
การประยุกต์ใช้และการส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์อย่างมีนัยสำคัญ: การพัฒนาที่สำคัญในด้านการดูแลทางการแพทย์ระดับมืออาชีพและความสำเร็จที่โดดเด่นในการส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์

เป้าหมายของการทำ AI Transformation

  • Accessibility: ขยายการเข้าถึงบริการแพทย์สู่ทุกคน ลดความแออัดในโรงพยาบาล และเป็น "ประตูหน้าด่าน" ของระบบสุขภาพ

  • Integration: บูรณาการบริการออนไลน์และออฟไลน์ให้ไร้รอยต่อ (Closed-loop healthcare)

  • Sustainability: เปลี่ยนจากธุรกิจที่ขาดทุนเป็นธุรกิจที่มีกำไรยั่งยืนด้วยโมเดล Managed Care


ผลลัพธ์ที่ได้รับ (Outcomes)

  • เสริมศักยภาพ AI ด้วยข้อมูล + การทำฉลากข้อมูล

    • 1.44 bn+ consultation records = มี “บันทึกการปรึกษาแพทย์/การซักถาม” สะสมมากกว่า 1.44 พันล้านรายการ → เป็นฐานข้อมูลจริงจากการใช้งานที่ใช้ฝึกโมเดล/ปรับปรุงคุณภาพการตอบของ AI

    • 200.0 bn+ medical tokens = มี “โทเคนข้อมูลภาษา/ข้อความทางการแพทย์” มากกว่า 200 พันล้านโทเคน → โมเดลภาษา/ความรู้ทางการแพทย์ถูกฝึกด้วยข้อมูลระดับใหญ่มาก (เทียบได้กับวัตถุดิบสำหรับ LLM/AI)

    • มีแพทย์มากกว่า 500 คน ช่วย “ติดฉลากข้อมูลและให้ feedback” อย่างต่อเนื่อง → จุดนี้สำคัญมาก เพราะแปลว่า AI ไม่ได้เรียนรู้จากข้อมูลดิบอย่างเดียว แต่มีผู้เชี่ยวชาญช่วย “กำกับคุณภาพ” ลดความผิดพลาด/หลอนข้อมูล (hallucination)

  • AI ทำให้แพทย์ดูแลผู้ป่วยได้มากขึ้นและแม่นยำขึ้น

    • แพทย์สามารถรองรับได้ เมื่อมี AI ช่วย ประมาณ 4 ล้าน เคส/คำขอต่อวัน AI ช่วยขยาย capacity ของระบบบริการแพทย์อย่างมาก

    • ความแม่นยำของการซักถาม/ให้คำปรึกษาที่มี AI ช่วย อยู่ราว 98% → ตอกย้ำว่า AI ถูกใช้เป็น “ผู้ช่วยงานคลินิก” (เช่น ซักประวัติ คัดกรอง สรุปเคส) ด้วยความแม่นยำสูง

    • ความแม่นยำเกือบ 80% สำหรับการช่วยสนับสนุนการดูแลผู้ป่วยอาการหนักในรูปแบบ MDT (Multidisciplinary Team: ทีมสหสาขา) → AI ช่วยในงานที่ซับซ้อนระดับ “ผู้ป่วยวิกฤต/โรคซับซ้อน” โดยสนับสนุนการตัดสินใจของทีมแพทย์หลายสาขา

    • ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม AI: ความสำเร็จในการพัฒนา Ping An Xin Yi (AI Doctor Assistant) และโมเดล Large Language Model (LLM) ทางการแพทย์ ที่มีความแม่นยำในการคัดกรองอาการ (Triage) >99% และช่วยวินิจฉัยโรค >95%

    • AI เข้ามาช่วยงานซ้ำซ้อน ทำให้แพทย์สามารถดูแลคนไข้จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • ลดต้นทุน + เพิ่มประสิทธิภาพงานหลังบ้าน

    • AI ช่วยลด “ต้นทุนเฉลี่ยต่อผู้รับบริการ” ของบริการ Family Doctor ลงประมาณ 52% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) → AI ทำให้ต้นทุนการให้บริการต่อหัวลดลงมาก (เช่น ลดเวลางานแพทย์/เจ้าหน้าที่ต่อเคส เพิ่มการทำงานอัตโนมัติ)

    • AI ช่วยเพิ่ม “ประสิทธิภาพการทำงานของ middle office” (งานสนับสนุน/หลังบ้าน เช่น งานเอกสาร เคสเมเนจเมนต์ การประสานงาน การเคลม ฯลฯ) ประมาณ 50% YoY → AI ไม่ได้อยู่แค่หน้าบ้าน (ปรึกษาแพทย์) แต่ยกระดับกระบวนการปฏิบัติการทั้งองค์กร

  • ผลประกอบการทางการเงิน (Financial Turnaround):

    • พลิกฟื้นจากขาดทุนสู่กำไรสุทธิอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงกลางทศวรรษ 2020 (กำไร 134 ล้านหยวนในครึ่งแรกปี 2025)

    • รายได้จากบริการทางการแพทย์เติบโตสูง และมีฐานลูกค้าที่ชำระเงิน (Paying Users) เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 32 ล้านคน

  • ผลกระทบเชิงสังคมและขนาดธุรกิจ:

    • มีผู้ลงทะเบียนใช้งานสะสมมากกว่า 400 ล้านคน เป็นแพลตฟอร์ม Telemedicine ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

    • ช่วยลดภาระโรงพยาบาลรัฐในช่วงวิกฤต และได้รับการยอมรับจากภาครัฐให้เชื่อมต่อกับระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ

    • ขยายบริการสู่ภาคองค์กร (B-end) ครอบคลุมพนักงานบริษัทกว่า 26 ล้านคน


การนำเทคโนโลยีมาขยายโอกาสการเข้าถึงบริการสาธารณสุข (Accessibility) เพื่อแก้ปัญหาความแออัดของโรงพยาบาลในจีน ควบคู่ไปกับการสร้างโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนด้วยการเชื่อมโยงระบบนิเวศออนไลน์-ออฟไลน์และประกันภัยเข้าด้วยกัน ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือความสำเร็จในการสร้างแพลตฟอร์มการแพทย์ดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วยฐานผู้ใช้งานสะสมกว่า 400 ล้านคน และการพัฒนานวัตกรรม AI "Ping An Xin Yi" ที่มีความแม่นยำในการช่วยวินิจฉัยสูงกว่า 95% ซึ่งช่วยยกระดับประสิทธิภาพการรักษาได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ บริษัทยังบรรลุเป้าหมายทางการเงินโดยสามารถพลิกฟื้นจากภาวะขาดทุนมาสู่การทำกำไรสุทธิได้สำเร็จในปี 2025 ผ่านกลยุทธ์ Managed Care ที่เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรและประกันภัย สะท้อนถึงชัยชนะทั้งในมิติทางสังคมและธุรกิจ

Part 1: DIGITAL READINESS ASSESSMENT


การวิเคราะห์ระดับความพร้อมทางดิจิทัล (Digital Readiness) และวุฒิภาวะทางดิจิทัล (Digital Maturity) ของ Ping An Health โดยเปรียบเทียบระหว่างช่วง ก่อนการทรานส์ฟอร์ม (ปี 2019) และ หลังการทรานส์ฟอร์ม (ปี 2025)


DIGITAL TRANSFORMATION READINESS LEVEL: Ping An Good Doctor (Ping An Health)
DIGITAL TRANSFORMATION READINESS LEVEL Ping An Good Doctor (Ping An Health) before and after

การก้าวกระโดดจากคะแนนเฉลี่ย 2.75 (Adopters) มาเป็น 3.94 (Differentiators) สะท้อนให้เห็นว่า Ping An Health ไม่ได้เพียงแค่นำเทคโนโลยีมา "แปะ" ไว้บนกระบวนการเดิม (Digitization) แต่ได้ทำการ "ปฏิรูป" (Digital Transformation) อย่างแท้จริง โดยจุดเปลี่ยนสำคัญคือมิติ Strategy และ Technology ที่ขยับจากแค่การมีเครื่องมือ มาเป็นการใช้เครื่องมือนั้นสร้าง New Business Model ที่ยั่งยืน

ก่อนการทรานส์ฟอร์ม: ระดับ 2.75 อยู่ใน Level 2: Adopters ในช่วงปี 2019 Ping An Good Doctor มีแอปพลิเคชันที่มีผู้ใช้กว่า 300 ล้านคนและระบบ AI (AskBob) เริ่มใช้งานแล้ว  แต่พฤติกรรมองค์กรยังเน้นการ "ขวนขวายหาความรู้และปรับปรุงโครงสร้าง" เพื่อรองรับ Traffic มหาศาล การทำงานยังมีการแยกส่วน (Silos) ระหว่างทีมแพทย์และทีม Tech โมเดลธุรกิจยังพึ่งพาทรัพยากรจากบริษัทแม่สูง และยังไม่สามารถบูรณาการดิจิทัลให้เกิดกำไร (Outcome) ได้อย่างแท้จริง


หลังการทรานส์ฟอร์ม: ระดับ 3.94 ก้าวสู่ Level 4: Differentiators "องค์กรผู้นำแห่งความเปลี่ยนแปลง" ในปี 2025 องค์กรก้าวสู่ระดับสูงสุด ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึก (Insight-driven) ผ่าน Generative AI และ DeepSeek มีความคล่องตัวสูง (Agile) สามารถปรับโมเดลธุรกิจเป็น Managed Care ที่ทำกำไรได้สำเร็จ  ดิจิทัลไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือ แต่เป็น "Core Competency" ที่สร้างความแตกต่างและนวัตกรรม (Digital Human Doctor) ที่ยากจะเลียนแบบ



AI Assessment Service by DX Academy

เริ่มสร้าง Digital Roadmap ของคุณให้พร้อมสำหรับยุค AI วันนี้




Part 2: NEW GROWTH ENGINE

แผนการสร้างการเติบโตครั้งใหม่สำหรับอนาคตของ Ping An Health


NEW GROWTH ENGINE: Ping An Health
NEW GROWTH ENGINE แผนการสร้างการเติบโตครั้งใหม่สำหรับอนาคตของ Ping An Health
การสร้าง New Growth Engine ของ Ping An Health  ไม่ใช่การทิ้งธุรกิจเดิม แต่คือการใช้ Disruptive Technology (AI) เพื่อเปลี่ยน Platform Business จาก B2C ทั่วไป ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพที่ฝังรากลึกในธุรกิจประกันและองค์กร (B2B2C) ด้วยการเปลี่ยนผ่านเชิงกลยุทธ์จากโมเดล "เน้นปริมาณผู้ใช้" (Traffic-based) สู่โมเดล "Managed Care + AI" ที่เน้นคุณค่าและความยั่งยืน โดยมีกลไกขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1) การเจาะตลาด B-end และ F-end ด้วยบริการสุขภาพองค์กรและประกันภัยแบบครบวงจรเพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคง 2) การขยายสู่ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ (Senior Care) เพื่อรองรับสังคมสูงวัยซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง และ 3) การใช้เทคโนโลยี Generative AI (เช่น Ping An Xin Yi) เข้ามาทำหน้าที่เป็น "แพทย์ประจำครอบครัวดิจิทัล" เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานและขยายขีดความสามารถในการดูแลผู้ป่วยได้ไม่จำกัด ส่งผลให้ธุรกิจสามารถพลิกฟื้นสู่กำไรและสร้าง S-Curve ใหม่ได้อย่างแข็งแกร่ง

อ่านต่อ

1. Disruption: รับมือการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม IT และ E-Commerce

คู่แข่งสำคัญคือ ยักษ์ใหญ่ Tech Giants (คู่แข่งสำคัญคือ AliHealth และ JD Health ซึ่งมีรากฐานมาจาก E-commerce ที่แข็งแกร่ง และกำลังขยายบริการสุขภาพออนไลน์เช่นกัน  คู่แข่งเหล่านี้มีความได้เปรียบด้านโลจิสติกส์ยาและการเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก) และ บริษัทประกันภัยอื่นๆ ที่อาจเริ่มสร้างแผนก Health Tech ของตนเองเพื่อลดต้นทุนเคลม แทนที่จะพึ่งพา Third-party อย่าง Ping An Health

Ping An Health ได้เปลี่ยนจากการแข่งขันแย่งชิงผู้ใช้งานทั่วไป (Traffic War) มาเป็นการสร้าง "ป้อมปราการ" ด้วยโมเดล Managed Care ที่คู่แข่งลอกเลียนแบบได้ยาก โดยอาศัยความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจประกันภัย
  • Shift to Managed Care: ปรับโมเดลธุรกิจจากการเป็นเพียงแอปฯ หาหมอ (Telemedicine) มาเป็นผู้ให้บริการบริหารจัดการสุขภาพครบวงจร (HMO Model) โดยผสานการเงินและสุขภาพเข้าด้วยกัน

  • Strategic Focus on B2B2C: หลีกเลี่ยงการเผาเงินเพื่อหาลูกค้าใหม่ในตลาดทั่วไป (C-end) แต่หันไปเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร (B-end) และลูกค้าประกัน (F-end) ของบริษัทแม่ ซึ่งเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูงและต้นทุนการหาลูกค้าต่ำกว่า


2. Disruptive Innovation: สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เปลี่ยนเกม

สร้างบริการรูปแบบใหม่เพื่อแทนที่ "การไปโรงพยาบาลสำหรับโรคทั่วไป" ซึ่งเป็น Pain Point เดิม (รอนาน 3 ชั่วโมงเพื่อพบแพทย์ 5 นาที) ด้วยการรักษาทางไกลที่เสมือนจริงและต่อเนื่อง

  • AI-First Primary Care: สร้างบริการ "Family Doctor" (แพทย์ประจำครอบครัว) บนโลกออนไลน์ โดยเปลี่ยนจาก "การพบแพทย์มนุษย์ผ่านวิดีโอ" เป็น "การคุยกับ AI 100%" เพื่อทำหน้าที่เป็นด่านหน้าแทนคลินิกหรือโรงพยาบาลจริง สำหรับการคัดกรองและดูแลโรคทั่วไป นวัตกรรมนี้จะเข้ามาแทนที่บริการ Teleconsultation แบบเดิมที่มีต้นทุนสูง หาก Ping An Health ไม่ทำเอง ก็จะถูกคนอื่นแย่งชิงส่วนแบ่งนี้ไป

  • Home-based Smart Care: การเปลี่ยนจากการ "ไปหาหมอเมื่อป่วย" (Sick care) เป็น "การดูแลต่อเนื่องที่บ้าน" (Preventive/Chronic Care) ผ่านอุปกรณ์ IoT และ AI Monitoring ซึ่งจะลดความจำเป็นในการปรึกษาแพทย์บ่อยๆ ลง

  • Senior Care Services: นำเสนอบริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านแบบครบวงจร เพื่อทดแทนความจำเป็นที่ผู้สูงอายุต้องเดินทางไปโรงพยาบาลบ่อยครั้ง ตอบโจทย์สังคมผู้สูงอายุในจีน


3. Disruptive Technology: การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ

การใช้ AI ไม่ใช่แค่เป็นเครื่องมือเสริม แต่เป็น "หัวใจหลัก" ในการขยายธุรกิจ (Scalability) โดยไม่ต้องเพิ่มจำนวนแพทย์มนุษย์ในอัตราส่วนเดียวกัน (De-coupling growth from labor)

  • Generative AI & LLM: การนำ Ping An Medical Master และ DeepSeek มาใช้ ไม่ใช่แค่เพื่อตอบแชท แต่เพื่อสร้าง "Digital Human" (Ping An Xin Yi) และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ทางการแพทย์ที่เรียนรู้จากข้อมูลเวชระเบียนนับล้าน เพื่อสร้าง "Digital Human" ที่โต้ตอบได้เหมือนแพทย์จริง ที่ทำหน้าที่เป็นหมอประจำตัวได้ตลอด 24 ชั่วโมง เทคโนโลยีนี้คือหัวใจสำคัญในการลดต้นทุนการดำเนินงานลงกว่า 50% และขยายขีดความสามารถในการรองรับลูกค้าได้ไม่จำกัด

  • AI-Driven Triage & Diagnosis: ใช้ AI เป็นด่านแรกในการคัดกรองอาการและช่วยวินิจฉัยโรค ก่อนส่งต่อแพทย์มนุษย์เฉพาะกรณีที่จำเป็น

  • Multimodal AI: ความสามารถในการอ่านผลแล็บ รูปภาพ หรือเสียงจากผู้ป่วย เพื่อวินิจฉัยโรคได้แม่นยำกว่า 95%


4. Platform Business: การสร้างธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม

การเปลี่ยนธุรกิจจาก "ผู้ให้บริการเดี่ยว" เป็น "Hub หรือ Ecosystem" ที่เชื่อมต่อทุกฝ่าย (ผู้ป่วย-แพทย์-โรงพยาบาล-ร้านยา-ประกัน) เพื่อกินรวบส่วนแบ่งตลอดห่วงโซ่อุปทาน

  • O2O Integration (Online-to-Offline): สร้างแพลตฟอร์มที่เชื่อมโลกออนไลน์ (ปรึกษาแพทย์) เข้ากับออฟไลน์ (โรงพยาบาล 3,700 แห่ง และร้านขายยาที่ส่งยาได้ใน 1 ชั่วโมง)

  • Insurance + Healthcare Ecosystem: ผนวกบริการสุขภาพเข้าไปในกรมธรรม์ประกันชีวิตและประกันสุขภาพของ Ping An Life/P&C ทำให้แพลตฟอร์มกลายเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์การเงิน (Product bundling) ไม่ใช่แค่บริการแยกต่างหาก

  • Corporate Wellness Ecosystem (B-end): การเข้าไปเป็น "OS ด้านสุขภาพ" ให้กับฝ่าย HR ขององค์กรต่างๆ (เช่น Huawei หรือรัฐวิสาหกิจ) เพื่อดูแลพนักงานแบบครบวงจร ตั้งแต่ตรวจสุขภาพไปจนถึงการเคลมประกัน


Part 3: TRANSFORMER MAP

แผนที่การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของ Piing An Health


TRANSFORMER MAP แผนที่การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของ Ping An Health
TRANSFORMER MAP แผนที่การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของ Ping An Health
การวางแผน Transformer Map ของ Ping An Health แสดงให้เห็นถึงการจัดสรรทรัพยากรอย่างชาญฉลาด โดยใช้ Box 1 เพื่อทำกำไรและลดต้นทุนด้วย AI, ใช้ Box 2 และ 3 เพื่อสร้างการเติบโตจากตลาดองค์กรและสังคมผู้สูงอายุ และใช้ Box 4 เพื่อสร้างความยั่งยืนระยะยาวด้วยโมเดล Managed Care ที่คู่แข่งข้ามอุตสาหกรรมลอกเลียนแบบได้ยาก

อ่านต่อ

หลังจากที่ Ping An Health ได้เผชิญกับความท้าทายจากคู่แข่งข้ามอุตสาหกรรม (Tech Giants) และปัญหาโครงสร้างของระบบสาธารณสุขเดิม บริษัทได้วางแผน Transformer Map เพื่อออกแบบกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยี AI และโมเดล Managed Care มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนในแต่ละมิติ ดังนี้


1. Core Business + Current Market: เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจหลักในตลาดเดิม

ในส่วนของธุรกิจหลักเดิม (การให้คำปรึกษาออนไลน์แก่ผู้ใช้ทั่วไป) Ping An Health เลือกใช้กลยุทธ์ Lean โดยนำเทคโนโลยี AI มาแทนที่กระบวนการที่สิ้นเปลืองเพื่อลดต้นทุนและรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้

  • การนำ AI มาใช้ (Lean Operations): การนำระบบ AI "Ping An Xin Yi" และโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) มาใช้ในการคัดกรองผู้ป่วย (Triage) และช่วยวินิจฉัยโรค ซึ่งมีความแม่นยำสูงกว่า 99%  ช่วยลดภาระงานของแพทย์มนุษย์ในเคสทั่วไป ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถให้บริการลูกค้าจำนวนมหาศาลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • การปรับโฟกัส (Refocus): เปลี่ยนจากการเน้นปริมาณผู้ใช้งานฟรี (Traffic) มาเน้นคุณภาพการบริการเพื่อสร้าง "ผู้ใช้งานที่ชำระเงิน" (Paying Users) โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีความภักดีสูง เพื่อให้ธุรกิจสามารถทำกำไรได้จริง (Turnaround to Profitability) ในปี 2024-2025


2. Core Business + New Market: ขยายธุรกิจหลักเข้าสู่ตลาดใหม่

เพื่อป้องกันไม่ให้ Disruptor รายใหม่แย่งชิงส่วนแบ่งตลาดศักยภาพ Ping An Health ได้นำบริการทางการแพทย์ที่มีอยู่ (Consultation & Hospital Network) ขยายเข้าสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ที่ไม่ใช่แค่ผู้บริโภครายย่อย (C-end)

  • เจาะตลาดองค์กร (B-end Expansion): นำเสนอบริการ "Ping An Corporate Health Protection Plan" ให้กับบริษัทและองค์กรต่างๆ เพื่อดูแลสุขภาพพนักงานกว่า 26 ล้านคน  เป็นการเปิดตลาดใหม่ที่ต้องการสวัสดิการพนักงาน ซึ่งคู่แข่งรายย่อยทำได้ยาก

  • เจาะตลาดลูกค้าประกัน (F-end Integration): ขยายบริการไปสู่ลูกค้ากรมธรรม์ของ Ping An Group โดยเปลี่ยนบริการสุขภาพให้เป็นส่วนควบของผลิตภัณฑ์การเงิน (Insurance + Healthcare) ทำให้เข้าถึงฐานลูกค้าประกันที่มีกำลังซื้อสูงและแตกต่างจากตลาดผู้ป่วยทั่วไป


3. New Core Business + Current Market: สร้างบริการใหม่ในตลาดเดิม

เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนไปตามโครงสร้างประชากร (Aging Society) Ping An Health จึงพัฒนาบริการใหม่ (New Core) เพื่อตอบสนองลูกค้าในตลาดจีนปัจจุบัน

  • บริการดูแลผู้สูงอายุ (Senior Care Services): พัฒนาธุรกิจดูแลผู้สูงอายุที่บ้านแบบครบวงจร ซึ่งไม่ใช่แค่การรักษา แต่รวมถึงการดูแลชีวิตประจำวันและอุปกรณ์ IoT ติดตามตัว บริการนี้เติบโตสูงและกลายเป็น New Growth Engine ใหม่ที่สำคัญ

  • ระบบสมาชิกแพทย์ประจำครอบครัว (Family Doctor Membership): เปลี่ยนรูปแบบจากการรักษาเป็นครั้งคราว (Transaction) มาเป็นระบบสมาชิกรายปีที่ดูแลต่อเนื่องและป้องกันโรค (Subscription Model) ซึ่งเป็นการสร้าง Core Business ใหม่ที่เน้นความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ป่วย


4. New Core Business + New Market: พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ในตลาดใหม่

Ping An Health ได้ยกระดับองค์กรสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมใหม่ ด้วยการสร้างโมเดลธุรกิจที่ไม่เคยมีมาก่อนในจีน

  • โมเดล Managed Care (HMO): สร้างระบบนิเวศที่บูรณาการ "ผู้จ่าย (ประกัน/องค์กร) + ผู้ให้บริการ (แพทย์/รพ.) + ผู้ป่วย" เข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์  นี่คือการ Reposition ธุรกิจจากการเป็นแค่ "แอปหาหมอ" สู่การเป็น "โครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ" (Healthcare Infrastructure)

  • ผู้นำมาตรฐาน AI ทางการแพทย์: การพัฒนา "Medical Master" (AI Multimodal) ไม่เพียงใช้ภายใน แต่ยังเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้อุตสาหกรรม (Standard Setter) สร้างตลาดใหม่ที่เป็นการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ Digital Human อย่างเต็มรูปแบบ


Part 4: BUSINESS MODEL CANVAS

การพัฒนนาโมเดลธุรกิจใหมของ Ping An Health


Business Model Canvas: Ping An Health
Business Model Canvas ของ Ping An Health

การออกแบบ โมเดลธุรกิจใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่านจาก "Low Margin / High Volume" (เน้นขายของและหาคนเข้าแอป) ไปสู่ "High Value / Recurring Revenue" (เน้นสมาชิกและการดูแลสุขภาพระยะยาว) โดยมี AI เป็นตัวกลางสำคัญในการลดต้นทุน (Cost Structure) และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ (Value Proposition) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ Ping An Health พลิกกลับมามีกำไรได้สำเร็จ

อ่านต่อ

1. Customer Segments (กลุ่มลูกค้า)

จากการทำ Transformer Map (Box 2 & 4) กลุ่มลูกค้าของ Ping An Health ได้เปลี่ยนจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไป มาเน้นกลุ่มที่มีมูลค่าสูงและมีการจ่ายเงินจริง (Paying Users):

  • F-end (Finance/Insurance Customers): ลูกค้าประกันชีวิตและประกันภัยของกลุ่ม Ping An (Ping An Life/P&C) จำนวนกว่า 240 ล้านคน ที่ต้องการบริการสุขภาพพ่วงกับกรมธรรม์

  • B-end (Corporate Clients): องค์กรและบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการสวัสดิการตรวจสุขภาพและดูแลพนักงาน (เช่น Huawei, รัฐวิสาหกิจ) ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าองค์กรกว่า 64,000 แห่ง ครอบคลุมพนักงาน 26 ล้านคน

  • Senior Care Market: กลุ่มผู้สูงอายุและครอบครัวที่ต้องการบริการดูแลที่บ้าน (Home-based care) รองรับสังคมสูงวัย


2. Value Propositions (การเสนอคุณค่า)

สิ่งที่เสนอให้ลูกค้าไม่ใช่แค่ "การรักษา" แต่คือ "การบริหารจัดการสุขภาพแบบครบวงจร" (HMO):

  • Managed Care Services: การดูแลแบบไร้รอยต่อตั้งแต่ป้องกัน รักษา จนถึงฟื้นฟู โดยเชื่อมโยงออนไลน์และออฟไลน์ (O2O) เข้าด้วยกัน

  • 24/7 AI-Powered Doctor: บริการ "Ping An Xin Yi" และ AI Doctor ที่ตอบสนองทันที คัดกรองแม่นยำ 99% และวินิจฉัยโรคได้กว่า 95% ทำให้ผู้ป่วยอุ่นใจตลอดเวลา

  • Cost & Health Optimization: สำหรับลูกค้าองค์กรและประกัน คือการช่วยลดต้นทุนค่ารักษาพยาบาลในระยะยาวและทำให้พนักงาน/ผู้เอาประกันมีสุขภาพดีขึ้น


3. Customer Relationships (ความสัมพันธ์กับลูกค้า)

เปลี่ยนจากความสัมพันธ์ระยะสั้น (Transactional) เป็นระยะยาว (Long-term Partnership):

  • Family Doctor Membership: ระบบสมาชิกที่มีแพทย์ประจำตัว (1-to-1) ดูแลต่อเนื่องตลอดทั้งปี สร้างความผูกพันและความไว้วางใจ

  • Proactive Care: การใช้ AI และ IoT ติดตามสุขภาพผู้ป่วย (เช่น ผู้สูงอายุ) และแจ้งเตือนก่อนเกิดเหตุร้าย แทนที่จะรอให้ป่วยแล้วค่อยมารักษา

  • Automated Empathy: การใช้ Digital Human (Avatar แพทย์) ที่มีน้ำเสียงและท่าทางเหมือนมนุษย์ในการสื่อสาร เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยน


4. Channels (ช่องทาง)

ช่องทางใหม่เน้นการเข้าถึงผ่านพันธมิตรและระบบนิเวศ (Ecosystem Integration):

  • Integrated Insurance Apps: การฝังบริการ Ping An Health ลงในแอปพลิเคชันหลักของ Ping An Group (เช่น Ping An Jin Guan Jia) เพื่อเข้าถึงลูกค้า F-end โดยตรง

  • B2B Sales Force: ทีมขายตรงที่เจาะเข้าหาฝ่าย HR ขององค์กรต่างๆ เพื่อเสนอแพ็กเกจสุขภาพ

  • Mobile App & Internet Hospital: แอปพลิเคชันหลักที่เป็นประตูหน้าด่าน (Digital Front Door) สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปและสมาชิก


5. Revenue Streams (แหล่งรายได้)

โมเดลรายได้เปลี่ยนสู่ความยั่งยืน (Recurring Revenue) ตามกลยุทธ์ New Growth Engine:

  • Membership Fees: ค่าสมาชิกรายปีจากบริการ Family Doctor และบริการดูแลผู้สูงอายุ (Senior Care Concierge)

  • Corporate Service Fees: รายได้จากสัญญาบริการสุขภาพพนักงาน (B-end) ซึ่งมีความมั่นคงและต่อสัญญาต่อเนื่อง

  • Commission & Services from Insurance: ค่าบริการที่เรียกเก็บจากการบริหารจัดการเคลมและการดูแลลูกค้าประกัน (F-end)

    (ลดความสำคัญของรายได้จากการขายสินค้า E-commerce ทั่วไปที่มีกำไรต่ำ)


6. Key Activities (กิจกรรมสำคัญ)

กิจกรรมที่เปลี่ยนไปเน้นการบริหารจัดการและเทคโนโลยี:

  • AI Training & R&D: การพัฒนาและเทรนโมเดล AI เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยและลดต้นทุน

  • Provider Management: การบริหารเครือข่ายโรงพยาบาลและร้านยาให้ทำงานสอดคล้องกับมาตรฐานของ Ping An

  • Health Management: การให้บริการปรึกษา คัดกรอง และติดตามผลผู้ป่วยทั้งออนไลน์และออฟไลน์


7. Key Resources (ทรัพยากรสำคัญ)

สิ่งที่ต้องมีเพื่อขับเคลื่อน Transformer Map:

  • AI Technology & Data: โมเดล "Medical Master" (LLM), ฐานข้อมูลเวชระเบียน 1.44 พันล้านรายการ และเทคโนโลยี Digital Human

  • Medical Team: ทีมแพทย์ประจำ (In-house) กว่า 1,000 คน และแพทย์พันธมิตร 21,000 คน

  • O2O Network: เครือข่ายโรงพยาบาล 3,700 แห่ง และร้านขายยาพันธมิตรที่ครอบคลุมทั่วประเทศ


8. Key Partnerships (พันธมิตรสำคัญ)

  • Ping An Group: พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดที่เป็นทั้งแหล่งเงินทุนและฐานลูกค้า (F-end)

  • Hospitals & Pharmacies: โรงพยาบาลระดับตติยภูมิและร้านขายยาที่ช่วยเติมเต็มบริการออฟไลน์ (Fulfillment)

  • Tech Partners: ความร่วมมือด้าน AI (เช่น DeepSeek) และผู้ผลิตอุปกรณ์ IoT สำหรับดูแลผู้สูงอายุ


9. Cost Structure (โครงสร้างต้นทุน)

โครงสร้างต้นทุนใหม่ที่เน้นประสิทธิภาพ (Lean Strategy):

  • R&D Investment: ต้นทุนคงที่ในการพัฒนาแพลตฟอร์ม AI และเทคโนโลยี

  • Medical Staff Costs: ค่าจ้างแพทย์ (ซึ่ง AI เข้ามาช่วยลดต้นทุนส่วนเพิ่มต่อหน่วย หรือ Marginal Cost ลงได้ถึง 52%)

  • User Acquisition Cost (Lower): ต้นทุนการหาลูกค้าต่ำลงเนื่องจากใช้ฐานลูกค้าเดิมของกลุ่ม Ping An และลูกค้าองค์กร แทนการยิงโฆษณาหว่านแห



Part 5: DIGITAL TRANSFORMATION CANVAS

ถอดรหัสการทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ความสำเร็จของ Ping An Health ด้วย DIGITAL TRANSFORMATION CANVAS


DIGITAL TRANSFORMATION CANVAS ของ Ping An Health
DIGITAL TRANSFORMATION CANVAS ของ Ping An Health

ส่วนที่ 1:  ตั้งหลักทรานส์ฟอร์ม


01. Define New Core Business

การประเมินธุรกิจหลักใหม่

ยกระดับจากการเป็นเพียงแอปพลิเคชันปรึกษาแพทย์ (Consultation) ไปสู่การเป็นระบบนิเวศการดูแลสุขภาพแบบจัดการ (Managed Care Ecosystem) ที่ยั่งยืนและทำกำไรได้

02. Define New Value Proposition

นำเสนอข้อเสนอทางคุณค่าใหม่ของธุรกิจ

ผู้นำแพลตฟอร์มบริการสุขภาพออนไลน์ครบวงจร (Premier Online Healthcare Services Platform) ที่ดำเนินงานภายใต้โมเดล "Internet + AI + แพทย์" โดยทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ป่วย แพทย์ โรงพยาบาล และผู้จ่ายเงิน (ประกัน/องค์กร) มีความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายทางการแพทย์ที่ประกอบด้วยแพทย์ประจำ (In-house) กว่า 1,000 คน แพทย์พันธมิตรภายนอกกว่า 21,000 คน และเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 3,700 แห่ง
  • For Patients (C-end): การเข้าถึงบริการแพทย์ที่ "ไร้รอยต่อและทันที" ผ่าน AI Doctor "Ping An Xin Yi" ที่มีความแม่นยำสูงกว่า 95% ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องรอคิวเหมือนโรงพยาบาลรัฐ. รวมถึงบริการดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน (Senior Care) ที่ใช้ IoT ในการติดตามความปลอดภัย.

  • For Corporate & Insurers (B-end/F-end): บริการบริหารจัดการต้นทุนสุขภาพ (Cost Containment) และเพิ่มความผูกพันกับลูกค้า (Engagement) โดยนำบริการสุขภาพไปผูกกับสวัสดิการพนักงานหรือกรมธรรม์ประกันภัยแบบครบวงจร


03. Define New Business Model

ออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่

  • Shift to Managed Care (HMO): เปลี่ยนจากรายได้ค่าปรึกษาครั้งต่อครั้ง (Fee-for-service) มาเป็นโมเดลสมาชิกและการบริหารจัดการสุขภาพ (Subscription/Retainer-based) ผ่าน 3 ช่องทางหลัก: F-end (ลูกค้าประกัน), B-end (ลูกค้าองค์กร), และ C-end (สมาชิกรรายย่อย)

  • Strategy 2.0: มุ่งเน้นลูกค้าระดับพรีเมียมและองค์กร ตัดธุรกิจ E-commerce สินค้าทั่วไปที่มีกำไรต่ำออกไป เพื่อสร้างกำไรที่ยั่งยืน

  • Cost Efficiency: ใช้ AI ลดต้นทุนส่วนเพิ่ม (Marginal Cost) ในการให้บริการ ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้โดยต้นทุนไม่เพิ่มตามตัว


ส่วนที่ 2:  สร้างความสามารถใหม่ด้านดิจิทัล


04. Identify Existing Digital Capabilities

ประเมินขีดความสามารถด้านดิจิทัลในปัจุบัน

  • Initial AI (AskBob): ระบบ AI ยุคแรกที่เน้นการคัดกรองอาการเบื้องต้น (Triage) และช่วยแพทย์ค้นหาข้อมูลจากคลังความรู้

  • Mobile Platform: แอปพลิเคชันที่รองรับผู้ใช้งานลงทะเบียนกว่า 400 ล้านคน และจัดการข้อมูลเวชระเบียนขนาดใหญ่ (Big Data)

  • O2O Infrastructure: ระบบเชื่อมต่อการส่งต่อผู้ป่วยและการจัดส่งยาจากออนไลน์สู่ออฟไลน์


05. Develop New Digital Capabilities

กำหนดขีดความสามารถใหม่ด้านดิจิทัล

  • Generative AI & LLM: การพัฒนา "Ping An Medical Master" ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่เทรนจากข้อมูลการปรึกษาจริง 1.44 พันล้านรายการ

  • Digital Human (Avatar): เทคโนโลยีสร้างภาพและเสียงสังเคราะห์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ AI สามารถโต้ตอบกับผู้ป่วยได้อย่างมีมิติทางอารมณ์ (Empathy) และเป็นธรรมชาติ

  • Multimodal AI (DeepSeek Integration): การบูรณาการโมเดล DeepSeek เพื่อเพิ่มความสามารถในการให้เหตุผลที่ซับซ้อนและการประมวลผลข้อมูลหลายรูปแบบ (ภาพ, เสียง, ข้อความ)


06. Digital Initiatives & Roadmap

วางแผนและสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัลจากปัจจุบันไปสู่อนาคต

  • ปี 2020: โครงการ "Emergency AI Scaling & Online Clinic Platform" การขยายขีดความสามารถของระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Scalability) อย่างเร่งด่วนเพื่อรองรับ Traffic ผู้ใช้งานที่พุ่งสูงขึ้น 10 เท่าในช่วงการระบาดของโควิด-19 รวมถึงการเปิดตัว "คลินิกออนไลน์ต้านโรคระบาด" ที่ใช้ AI Triage ในการคัดกรองผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อลดภาระแพทย์และป้องกันระบบล่ม

  • ปี 2021: โครงการ "Strategy 2.0 Digital Foundation" การปรับโครงสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลครั้งใหญ่เพื่อรองรับกลยุทธ์ใหม่ (Strategy 2.0) ที่เปลี่ยนจาก B2C สู่ B2B2C โดยพัฒนาระบบหลังบ้านให้เชื่อมต่อกับ API ของลูกค้าองค์กร (B-end) และระบบประกันภัย (F-end) ได้อย่างราบรื่น เพื่อเริ่มโมเดลธุรกิจแบบ Managed Care

  • ปี 2022-2023: โครงการ "AI Training & Development (Medical Master)" การลงทุนวิจัยและพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ภายใต้ชื่อ "Ping An Medical Master" โดยเทรน AI ด้วยฐานข้อมูลทางการแพทย์ 5 ประเภทหลัก (ข้อมูลโรค, ยา, ผลิตภัณฑ์, แพทย์, และเวชระเบียนสุขภาพ) จากข้อมูลการให้คำปรึกษาจริงกว่า 1.44 พันล้านรายการ เพื่อสร้าง Knowledge Graph ทางการแพทย์ที่มีความแม่นยำสูง

  • ปี 2024: โครงการ Service Architecture "1-1-3-12" & IoT Integration การวางสถาปัตยกรรมบริการดิจิทัลที่เป็นมาตรฐานใหม่ ประกอบด้วยการเชื่อมโยง 1 แพทย์ครอบครัว, 1 สมุดบันทึกสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์, 3 วงจรการจัดการสุขภาพ (ก่อน-ระหว่าง-หลังป่วย), และ 12 บริการย่อย เข้าด้วยกันบนแพลตฟอร์มเดียว ควบคู่ไปกับการบูรณาการระบบ IoT (Smart Butler) สำหรับบริการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อติดตามสัญญาณชีพและแจ้งเตือนอุบัติเหตุแบบ Real-time

  • ปี 2025: โครงการ "Ping An Xin Yi & DeepSeek Integration" การยกระดับขีดความสามารถสูงสุดด้วยการเปิดตัว "Ping An Xin Yi" (แพทย์ผู้ช่วย AI ในรูปแบบ Digital Avatar) และการบูรณาการโมเดล DeepSeek เข้าสู่ระบบ เพื่อเพิ่มความสามารถในการให้เหตุผล (Reasoning) ที่ซับซ้อน และรองรับข้อมูลแบบ Multimodal (ภาพ/เสียง/ข้อความ) ทำให้ AI สามารถวินิจฉัยโรคและโต้ตอบกับผู้ป่วยได้เสมือนมนุษย์ด้วยความแม่นยำกว่า 95%


ส่วนที่ 3: Transformation in Action


07. Organizational Transformation

ออกแบบการเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล

  • โครงการ "Leadership Renewal & Strategic Pivot" (การผลัดใบผู้นำและการพลิกโฉมกลยุทธ์)

    การเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารระดับสูงครั้งสำคัญ โดยแต่งตั้ง Fang Weihao ขึ้นเป็น CEO แทนผู้ก่อตั้งเดิม (Wang Tao) เพื่อส่งสัญญาณการเปลี่ยนผ่านทิศทางองค์กรจากยุค "Start-up ที่เน้นการเผาเงินเพื่อสร้างฐานผู้ใช้" (Traffic-driven) เข้าสู่ยุค "Corporate Maturity" ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน การทำกำไร และการทำงานร่วมกับกลุ่มบริษัทแม่ (Ping An Group) อย่างใกล้ชิด

  • โครงการ "Ecosystem Synergy Restructuring" (การปรับโครงสร้างเพื่อผสานพลังระบบนิเวศ)

    การรื้อระบบการทำงานภายใน (Internal Silos) เพื่อบูรณาการโครงสร้างการขายและการบริการเข้ากับธุรกิจประกันและการเงินของกลุ่ม Ping An (F-end) อย่างเป็นทางการ ทีมงานถูกจัดตั้งใหม่ให้ทำงานข้ามสายงานร่วมกับทีมประกันชีวิตและประกันวินาศภัย เพื่อนำเสนอบริการสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของกรมธรรม์ ซึ่งเป็นการเปลี่ยน Mindset พนักงานให้มองเห็นภาพรวมของ "HMO Ecosystem"

  • โครงการ "Strategy 2.0 Organizational Alignment" (การจัดทัพองค์กรตามยุทธศาสตร์ 2.0)

    การแบ่งโครงสร้างหน่วยธุรกิจ (Business Units) ใหม่อย่างชัดเจนตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ F-end (ลูกค้าการเงิน), B-end (ลูกค้าองค์กร), และ C-end (ลูกค้ารายย่อย) พร้อมกำหนด KPI ใหม่ที่เน้น "รายได้และกำไร" (Revenue & Margin) แทนตัวเลข "ผู้ใช้งานรายเดือน" (MAU) เพื่อขับเคลื่อนพฤติกรรมพนักงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการทำกำไร

  • โครงการ "Brand & Culture Re-alignment" (การปรับแบรนด์และวัฒนธรรมองค์กร)

    การรีแบรนด์องค์กรและเปลี่ยนชื่อทางการค้าจาก "Ping An Good Doctor" เป็น "Ping An Health" เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ที่กว้างขึ้นจากการเป็นแค่ "หมอ" (Doctor) สู่การดูแล "สุขภาพองค์รวม" (Health) และสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ที่เน้นบริการแบบ Managed Care โดยมุ่งเน้นค่านิยมเรื่อง "ความต่อเนื่อง" ของการดูแลรักษา และความไว้วางใจ (Trust)

  • โครงการ "Lean Organization & Cost Efficiency" (องค์กรแบบลีนและประสิทธิภาพต้นทุน)

    การปรับลดขนาดและขั้นตอนการทำงานที่ไม่จำเป็น (De-layering) โดยใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาทดแทนงานซ้ำซ้อน ส่งผลให้โครงสร้างองค์กรกระชับขึ้น สามารถลดต้นทุนการดำเนินงานและบริหารจัดการบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนนำไปสู่ความสำเร็จในการทำกำไรสุทธิเต็มปีเป็นครั้งแรก ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านจาก Growth Stage สู่ Profitability Stage

  • โครงการ "AI-Augmented Workforce Structure" (โครงสร้างแรงงานที่ผสานมนุษย์และ AI)

    การกำหนดบทบาทหน้าที่ (Job Description) ของทีมแพทย์และพนักงานใหม่ทั้งหมด เพื่อรองรับการมาของ Ping An Xin Yi และ AI DeepSeek โดยเปลี่ยนบทบาทแพทย์จากการเป็น "ผู้ให้คำปรึกษาเบื้องต้น" มาเป็น "ผู้กำกับดูแล AI" (AI Supervisor) และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสำหรับเคสซับซ้อน พร้อมทั้งสร้างทีมงานใหม่ที่ผสมผสานระหว่างแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Medical Data Scientists) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบความถูกต้องของ AI อย่างต่อเนื่อง


08. Agile Strategy & Planning

เปลี่ยนกลยุทธ์และการดำเนินงานด้วยแนวคิด Agile

การทรานส์ฟอร์มของ Ping An Health ไม่ได้สำเร็จเพียงเพราะเทคโนโลยี แต่เกิดจากการ "เปลี่ยนคน" และ "เปลี่ยนวิธีคิด" ให้ Agile พร้อมรับมือกับโมเดลธุรกิจใหม่ ดังนี้:


  • Leadership & DNA Transplantation การเปลี่ยนถ่ายผู้นำและดีเอ็นเอองค์กร

    • เปลี่ยนแม่ทัพสูงสุดจากผู้ก่อตั้งเดิม (Wang Tao) เป็น Fang Weihao ผู้บริหารรุ่นใหม่จากกลุ่ม Ping An Group.

    • การปรับ Mindset: เปลี่ยนจาก Mindset แบบ "Startup Standalone" (เน้นโตเร็ว อิสระ สูญเสียเงินได้) มาเป็น "Ecosystem Player" (เน้นการทำงานร่วมกันในเครือ และต้องทำกำไร).

    • สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เชื่อมโยงกับบริษัทแม่ (Ping An Insurance) อย่างลึกซึ้ง ลดกำแพงระหว่างทีม Tech และทีม Finance.

    •  เปลี่ยนวิธีคิดพนักงานจากการ "หาคนใหม่ให้เยอะที่สุด" (Acquisition Focus) มาเป็น "ดูแลคนที่มีอยู่ให้ดีที่สุด" (Retention & Value Focus).

    • ขยายกรอบความคิดของพนักงานจากแค่ "รักษาเมื่อป่วย" (Sick Care) ไปสู่ "ดูแลสุขภาพองค์รวม" (Wellness & Prevention).พนักงานเริ่มคิดค้นบริการใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่ยา แต่รวมถึงการจัดการอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลผู้สูงอายุ (Senior Care) ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตความคล่องตัว (Agility) ของธุรกิจ.

  • Embracing the AI Co-pilot Culture สร้างวัฒนธรรมเพื่อนร่วมงาน AI

    •  ในช่วงการพัฒนาโมเดล Medical Master บริษัทได้จัด Workshop และปรับกระบวนการทำงานให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ต้องใช้งาน AI ในการคัดกรองผู้ป่วยทุกเคส

    • เปลี่ยนความกลัวว่า "AI จะมาแย่งงาน" (Threat) ให้กลายเป็น "AI คือผู้ช่วยที่ทำให้ฉันเก่งขึ้น" (Augmentation) แพทย์ยอมรับบทบาทใหม่ในการเป็น "Supervisor" หรือผู้ตรวจสอบ AI แทนการเป็นผู้ป้อนข้อมูลเอง.

    • ลดแรงต้านทานต่อเทคโนโลยี (Tech Resistance) แพทย์และ AI ทำงานร่วมกันในรูปแบบ "Human-in-the-loop" ได้อย่างราบรื่น เพิ่มประสิทธิภาพการรักษา.

  • Profitability-First Awareness ปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องกำไร

    • สื่อสารนโยบาย "High Quality Growth" ลงไปทุกระดับชั้น ลดขนาดทีมที่ไม่ทำกำไร (Downsizing) และให้รางวัลทีมที่บริหารต้นทุนได้ดี

    • เปลี่ยนจากวัฒนธรรม "Burn Rate" (ใช้เงินเพื่อซื้อเวลา) เป็น "Cost Efficiency" (ทุกบาทต้องคุ้มค่า). พนักงานมีความตระหนักรู้เรื่องต้นทุน (Cost-conscious) มากขึ้น นำไปสู่การพลิกฟื้นธุรกิจจนมีกำไรสุทธิครั้งแรก.

  • Open Innovation Mindset เปิดรับนวัตกรรมภายนอก

    • เปลี่ยนจาก "Not Invented Here Syndrome" (ฉันต้องทำเองทั้งหมดถึงจะดี) เป็น "Collaborative Innovation" (ใครมีของดี ฉันพร้อมใช้) ตัดสินใจนำ DeepSeek (Open Source AI) มาใช้แทนที่จะสร้างเองทุกอย่าง ทีม Tech มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมเรียนรู้และบูรณาการเทคโนโลยีใหม่ๆ จากภายนอกเข้ามาใช้อย่างรวดเร็ว (Agile Adaptability).


09. Building Collaborative Ecosystem

สร้างระบบนิเวศใหม่ที่สร้างการมีส่วนร่วมกันระหว่างในและนอกองค์กร

  • พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ภายในเครือ (Internal Strategic Partners - Ping An Group) การผสานรวมอย่างลึกซึ้งกับธุรกิจประกัน (Ping An Life) และธนาคารในเครือ เพื่อสร้างโมเดล "HMO + Family Doctor" นี่คือหัวใจสำคัญของโมเดลธุรกิจแบบ Managed Care ที่ช่วยให้บริษัทเข้าถึงฐานลูกค้าคุณภาพสูงและต้นทุนต่ำ

    • Ping An Life Insurance & Ping An Property & Casualty (P&C): พันธมิตรหลักในการส่งมอบลูกค้ากลุ่ม F-end (Finance users) โดยการผนวกบริการ "แพจเกจสุขภาพ" เข้ากับกรมธรรม์ประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ทำให้ลูกค้าประกันได้รับสิทธิ์ปรึกษาแพทย์ฟรีหรือราคาพิเศษ.

    • Ping An Bank: พันธมิตรด้านช่องทางการเงิน ที่นำเสนอบริการสุขภาพเป็นสิทธิประโยชน์เสริม (Value-added service) ให้กับลูกค้าธนาคารระดับ High Net Worth.

  • เครือข่ายผู้ให้บริการทางการแพทย์ (Medical Service Providers Network) พันธมิตรที่ช่วยเติมเต็มบริการในโลกออฟไลน์ (Offline fulfillment) เพื่อให้เกิด O2O Loop ที่สมบูรณ์

    • โรงพยาบาล (Hospitals): เครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตรกว่า 3,700 แห่ง ทั่วประเทศจีน โดยในจำนวนนี้เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ (Tier 3 / 3A Hospitals) หรือโรงพยาบาลชั้นนำกว่า 2,000 แห่ง เพื่อรองรับการส่งต่อผู้ป่วย (Referral) จากออนไลน์สู่ออฟไลน์

    • แพทย์ผู้เชี่ยวชาญภายนอก (External Medical Experts): เครือข่ายแพทย์พันธมิตรภายนอกกว่า 21,000 คน (นอกเหนือจากทีมแพทย์ประจำ) ที่เซ็นสัญญาร่วมงานกับแพลตฟอร์ม "Ping An Doctor Home" เพื่อให้บริการคำปรึกษาเฉพาะทางที่ซับซ้อน

    • คลินิกและศูนย์ตรวจสุขภาพ (Clinics & Check-up Centers): เครือข่ายสถานพยาบาลปฐมภูมิและศูนย์ตรวจสุขภาพสำหรับให้บริการลูกค้าองค์กร (B-end) ในการตรวจสุขภาพประจำปี

  • พันธมิตรด้านห่วงโซ่อุปทานยาและเวชภัณฑ์ (Supply Chain & Pharmacy Partners) พันธมิตรที่ช่วยในเรื่องการจัดจำหน่ายและส่งมอบยา (Drug Delivery)

    • ร้านขายยาพันธมิตร (Partner Pharmacies): เครือข่ายร้านขายยาค้าปลีกทั่วประเทศที่เชื่อมต่อกับระบบ Health Mall ช่วยให้สามารถจัดส่งยาถึงบ้านผู้ป่วยได้ภายใน 1 ชั่วโมง ในพื้นที่เมืองสำคัญ

    • บริษัทยาและเวชภัณฑ์ (Pharmaceutical Companies): พันธมิตรผู้ผลิตยาที่ทำงานร่วมกันในการจัดหายาและผลิตภัณฑ์สุขภาพเข้าสู่ระบบ E-commerce ของบริษัท.

  • พันธมิตรลูกค้าองค์กร (Corporate & Enterprise Partners - B-End) กลุ่มพันธมิตรที่เป็นทั้ง "ลูกค้า" และ "ช่องทางกระจายบริการ" สู่พนักงาน

    • องค์กรและรัฐวิสาหกิจ (Enterprises): บริษัทคู่ค้ากว่า 64,000 แห่ง ที่ซื้อบริการ "Ping An Corporate Health Protection Plan" เพื่อดูแลพนักงานจำนวนรวมกว่า 26 ล้านคน โดยทำงานร่วมกับฝ่าย HR ขององค์กรเหล่านี้ในการบริหารจัดการสวัสดิการสุขภาพ.

  • พันธมิตรด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology & Innovation Partners) กลุ่มที่ช่วยเสริมขีดความสามารถด้าน AI และ Deep Tech

    • DeepSeek (AI Technology Partner): การบูรณาการโมเดล DeepSeek (Open Source LLM) เข้ากับระบบนิเวศของ Ping An ในปี 2025 เพื่อยกระดับความสามารถในการให้เหตุผล (Reasoning) ของ Ping An Xin Yi ให้ก้าวล้ำกว่าคู่แข่ง

    • สถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัย: ร่วมมือในการพัฒนาและเข้าถึงฐานข้อมูลทางการแพทย์ 5 ประเภทหลัก (งานวิจัย, คู่มือยา, เวชระเบียน) เพื่อนำมาใช้เทรนโมเดล Medical Master.

  • พันธมิตรภาครัฐและสังคม (Government & Societal Partners) ความร่วมมือเพื่อความยั่งยืนและความน่าเชื่อถือ (Trust)

    • รัฐบาลท้องถิ่นและหน่วยงานสาธารณสุข (Local Governments & Health Commissions): ร่วมมือในการเชื่อมต่อระบบ ประกันสุขภาพสังคม (Social Health Insurance) เข้ากับแพลตฟอร์ม เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเบิกค่ารักษาออนไลน์ได้ และร่วมโครงการ "แพทย์หมุนเวียนในชนบท" เพื่อขยายบริการสู่พื้นที่ห่างไกล

    • องค์กรกำกับดูแลมาตรฐาน (Regulatory Bodies): การทำงานร่วมกับภาครัฐในการร่างมาตรฐานอุตสาหกรรม (Industry Standards) สำหรับบริการแพทย์ออนไลน์และการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งช่วยสร้างกำแพงป้องกันคู่แข่งและยกระดับมาตรฐานบริการทั้งอุตสาหกรรม

    • การทำงานร่วมกับรัฐบาลในโครงการ Healthy China 2030 และการแพทย์ชนบท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและฐานผู้ใช้งานทั่วประเทศ


ความสำเร็จในการทำ Digital Transformation ของ Ping An Health ถือเป็นแม่แบบที่สมบูรณ์แบบของการยกระดับ Digital Readiness จากระดับ Leve 2 "Adopters" (องค์กรหัวก้าวหน้า) สู่ระดับสูงสุดคือ Level 4 "Differentiators" (องค์กรผู้นำแห่งความเปลี่ยนแปลง) ผ่านการใช้กรอบ Digital Transformation Canvas อย่างเป็นระบบ

โดยจุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่การกล้านิยามธุรกิจหลักใหม่ (Define Core Business) จากเพียงแอปพลิเคชันปรึกษาแพทย์ มาสู่ระบบนิเวศ Managed Care ที่บูรณาการ AI ขั้นสูงเข้ากับบริการออฟไลน์และประกันภัย ซึ่งนำไปสู่การสร้างข้อเสนอคุณค่าใหม่ (New Value Proposition) ที่ไร้รอยต่อและแก้ปัญหาผู้ใช้งานได้จริง ควบคู่ไปกับการออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่ (New Business Model) ที่เปลี่ยนจากการเผาเงินเพื่อสร้าง Traffic มาเป็นการสร้างรายได้ประจำที่ยั่งยืนจากลูกค้าองค์กร


กรณีศึกษานี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการจัดวางกลยุทธ์ (Strategy) ผู้นำ (Leadership) และวัฒนธรรมองค์กร (Culture) ให้สอดประสานกันเพื่อเปลี่ยน "ขีดความสามารถทางดิจิทัล" ให้กลายเป็น "ผลกำไรทางธุรกิจ" ที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นหลักการสากลที่ทุกองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ได้ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด



AI Consulting by DX Academy

พร้อมหรือยังที่จะสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ให้กับองค์กรของคุณ?



Executive & Train The Trainer Training Programs by DX Academy


List of References

  • Fisk, P. (2019, September 23). Ping An Healthcare’s “Good Doctor” now has over 300 million users … the world’s leading online healthcare ecosystem platform. Peter Fisk.

  • Healthcare Asia. (2021). Ping An Good Doctor's revenue rose 35.5% to $1.06b in 2020. Healthcare Asia Magazine.

  • Kim, W. C., Mauborgne, R., & Ji, M. (2023). Ping An Good Doctor: Creating a nondisruptive solution for China’s healthcare system. Blue Ocean Strategy.

  • Ping An Healthcare and Technology Co., Ltd. (2021, August 24). Ping An Good Doctor posts 39% revenue growth in the first half of 2021, total number of registered users reaches 400 million. PR Newswire.

  • Ping An Healthcare and Technology Co., Ltd. (2024). Ping An Health reports first full-year profit in 2024. Ping An Health.

  • Ping An Healthcare and Technology Co., Ltd. (2025, February 26). Ping An Health launches “Ping An Xin Yi” AI Doctor Assistant service to enhance accessibility and satisfaction in medical services. Thailand Business News.

  • Ping An Healthcare and Technology Co., Ltd. (2025, August 19). Ping An Good Doctor (1833.HK) reports strong interim results: Revenue and profit accelerate as AI fuels new growth momentum. PR Newswire.

  • Ping An Insurance (Group) Company of China, Ltd. (2021). Bridges to health for China’s people. Ping An Group.

  • Ping An Insurance (Group) Company of China, Ltd. (2024, November 7). Ping An takes lead in Fortune Fintech Innovator Asia list, ranked 1st in insurtech. PR Newswire.

  • Reuters. (2018, April 26). Ping An's Good Doctor unit raises $1.1 billion in Hong Kong IPO. Reuters.

  • Yang, Q. (2020, May 18). China’s Ping An Good Doctor tanks after ousting founder chairman. Yicai Global.


ความคิดเห็น


bottom of page