UK Police Forces — เมื่อ AI Agents เปลี่ยน Citizen Services สู่ Agentic Public Service
- DX Academy

- 1 มิ.ย.
- ยาว 5 นาที
อัปเดตเมื่อ 6 วันที่ผ่านมา

Bobbi AI Agent สามารถช่วยจัดการบทสนทนาที่ไม่ฉุกเฉินได้มากกว่า 200 ครั้งต่อวัน และแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองประมาณ 75% ขณะที่ Citizen Portal ช่วยลดปริมาณการโทรได้ 10% สร้างมูลค่าการหลีกเลี่ยงต้นทุนได้ประมาณ £1.4 ล้าน หรือราว 60 ล้านบาท ลดต้นทุนต่อการติดต่อได้ 97% และเพิ่มความพึงพอใจในกระบวนการช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 15%
จากระบบรับแจ้งเหตุที่มีภาระงานล้นระบบ สู่ต้นแบบ Agentic Enterprise ในโลก Government & Public Services
เมื่อหน่วยงานบริการประชาชนอย่าง UK Police Forces หรือกองกำลังตำรวจในสหราชอาณาจักร ไม่ได้ใช้ AI เพื่อแทนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่บริการประชาชน แต่เลือกสร้าง Bobbi AI Agent บน Salesforce Agentforce เพื่อเป็น “ประตูดิจิทัลด่านหน้า” สำหรับงานบริการประชาชน หรือ Agentic Digital Front Door for Policing กรณีนี้จึงไม่ใช่แค่การนำ chatbot มาใช้ในภาครัฐ แต่เป็นตัวอย่างของการออกแบบระบบบริการประชาชนใหม่ด้วย Agentic AI
กรณีศึกษานี้สะท้อนว่า Agentic AI สามารถช่วยภาครัฐลดภาระงานประจำ ลดปริมาณการโทรซ้ำ และช่วยให้ประชาชนบริการตนเองได้เร็วขึ้น ขณะเดียวกันระบบยังสามารถส่งต่อให้เจ้าหน้าที่มนุษย์ทันที เมื่อเป็นกรณีที่ต้องใช้ความเห็นอกเห็นใจ การตัดสินใจเชิงวิจารณญาณ หรือเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยสาธารณะ
กรณีนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นว่า AI จะมาแทนที่มนุษย์ แต่แสดงให้เห็นว่า AI ที่ออกแบบอย่างถูกต้อง จะช่วยคืนเวลาให้มนุษย์ไปดูแลกรณีที่ต้องใช้ความเป็นมนุษย์มากที่สุด
In This Article
Key Takeaways
กรณี UK Police Forces ชี้ให้เห็นว่า Agentic AI ในภาครัฐไม่ควรเริ่มจากคำถามว่าจะลดคนได้เท่าไร แต่ควรเริ่มจากคำถามว่าจะคืนเวลาให้เจ้าหน้าที่ไปดูแลเคสสำคัญได้อย่างไร
หัวใจของกรณีนี้คือการเปลี่ยนจากศูนย์รับแจ้งเหตุและช่องทางติดต่อที่มีภาระงานล้นระบบ ไปสู่ระบบบริการประชาชนแบบ human-led, AI-supported ที่ AI ช่วยตอบคำถามทั่วไปและงานซ้ำ ส่วนมนุษย์รับผิดชอบกรณีฉุกเฉิน เคสเสี่ยงสูง และสถานการณ์ที่ต้องใช้ความเห็นใจและการตัดสินใจ
บทเรียนสำคัญสำหรับผู้บริหารไทยคือ AI ในบริการประชาชนต้องมี ข้อมูลที่เชื่อถือได้ การกำกับดูแลที่ชัดเจน จุดส่งต่อมนุษย์ และการวัดผลด้านคุณค่าต่อประชาชน ไม่ใช่แค่วัดต้นทุนที่ลดลง
เปิดแล้ว 🔥 Public Training
— หลักสูตรเร่งรัด 1 วัน สำหรับผู้บริหาร ที่ต้องการเห็นภาพรวมการทรานส์ฟอร์มองค์กรยุค AI ครอบคลุม Digital Transformation, AI Transformation, AI Governance และ Agentic Enterprise
Online Live Workshop วันเสาร์ 11 ก.ค. 2026
ผู้เข้าอบรมจะได้รับ E-Book มูลค่า 990 บาท, Executive Templates, Certificate และ Replay ย้อนหลัง รวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท
สมัครวันนี้ Special Offer ราคาเพียง 6,900 บาท รับสิทธิ์ทันที ที่นั่งมีจำนวนจำกัด
UK Police Forces กำลังทำอะไร
UK Police Forces กำลังเปลี่ยนจากระบบบริการประชาชนที่พึ่งพาการโทรและเจ้าหน้าที่เป็นหลัก ไปสู่ระบบที่ AI ช่วยจัดการคำถามทั่วไปและงานซ้ำ เพื่อให้มนุษย์มีเวลามากขึ้นกับเคสที่มีความสำคัญสูงกว่า
กรณีนี้เกิดจากความร่วมมือของ Thames Valley Police และ Hampshire & Isle of Wight Constabulary ซึ่งเป็นสองหน่วยงานตำรวจขนาดใหญ่ในอังกฤษ ให้บริการประชาชนมากกว่า 4 ล้านคน ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 3,800 ตารางไมล์ และต้องรับมือกับการติดต่อจากประชาชนจำนวนมาก ทั้งสายฉุกเฉิน 999, สายไม่ฉุกเฉิน 101, การแจ้งเหตุออนไลน์ สื่อสังคมออนไลน์ และ citizen portal
สิ่งที่ UK Police Forces กำลังทำคือการสร้าง Agentic Digital Front Door for Policing ผ่าน citizen portal และ AI agent ชื่อ Bobbi เพื่อให้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลทั่วไป ติดตามสถานะคดี และรับบริการบางประเภทได้ด้วยตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องโทรเข้า call centre ทุกครั้ง
Bobbi ถูกสร้างด้วย Salesforce Agentforce และเชื่อมกับระบบข้อมูลผ่าน Data 360 และ MuleSoft เพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ในการตอบคำถาม และสามารถส่งต่อให้เจ้าหน้าที่มนุษย์ได้เมื่อพบว่าคำถามมีความซับซ้อน อ่อนไหว หรือเกินขอบเขตที่ AI ควรจัดการ
The strategic shift is from overloaded contact channels to an agentic digital front door for public service.
ทำไม UK Police Forces ต้องทรานส์ฟอร์ม Citizen Services ใหม่
ความท้าทายของงานตำรวจแตกต่างจาก call centre ทั่วไป เพราะทุกการติดต่ออาจมีนัยสำคัญต่อความปลอดภัยของประชาชน บางคนอาจโทรมาเพื่อสอบถามข้อมูลทั่วไป บางคนต้องการติดตามความคืบหน้าคดี แต่บางคนอาจอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือมีความเสี่ยงสูง
ปัญหาหลักคือปริมาณการติดต่อเพิ่มขึ้นอย่างมาก และมีจำนวนไม่น้อยเป็น failure demand หรือการติดต่อซ้ำเพื่อสอบถามเรื่องเดิม เช่น การขอ update คดี ซึ่งสามารถให้บริการผ่าน self-service หรือ automated updates ได้บางส่วน ข้อมูลกรณีศึกษาระบุว่ามี public contacts มากกว่า 1.3–1.4 ล้านครั้งต่อปี และมีการติดต่อซ้ำจำนวนมากเพื่อสอบถามสถานะคดี
ในบางช่วง call wait time อาจยาวนานถึงประมาณ 30 นาที ซึ่งไม่ใช่เพียงปัญหาด้านประสบการณ์ผู้ใช้บริการ แต่เป็นปัญหาด้าน public safety เพราะเวลาของเจ้าหน้าที่ควรถูกใช้กับกรณีที่ต้องการการตัดสินใจของมนุษย์มากที่สุด
อีกด้านหนึ่งคือประสบการณ์ของผู้เสียหาย ในระบบเดิม ผู้เสียหายที่ต้องการติดตามความคืบหน้าคดีอาจต้องโทรเข้า 101 และเล่าเรื่องเดิมซ้ำกับเจ้าหน้าที่ที่อาจไม่ได้รู้บริบททั้งหมด สิ่งนี้สร้างทั้งความไม่สะดวกและความเครียดให้กับประชาชน
ดังนั้น เหตุผลสำคัญของการทรานส์ฟอร์มจึงไม่ใช่เพียงการลดสายโทรเข้า แต่คือการออกแบบระบบใหม่ให้ประชาชนได้รับบริการเร็วขึ้น เจ้าหน้าที่มีเวลามากขึ้นกับเคสสำคัญ และบริการภาครัฐมีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และปลอดภัยมากขึ้น
ในบริการสาธารณะ ความเร็วอย่างเดียวไม่พอ ระบบต้องรู้ว่าเรื่องใดควรให้ AI ช่วย และเรื่องใดต้องส่งต่อมนุษย์ทันที
UK Police Forcess ออกแบบการเปลี่ยนผ่านอย่างไร
UK Police Forces ไม่ได้เริ่มจากการนำ chatbot มาวางบนเว็บไซต์ แต่เริ่มจากการออกแบบระบบบริการใหม่ที่มี AI เป็นด่านหน้า และมีมนุษย์เป็นผู้รับผิดชอบกรณีที่สำคัญหรือเสี่ยงสูง
แนวทางแรกคือการสร้าง Citizen Portal เพื่อให้ผู้เสียหายสามารถตรวจสอบความคืบหน้าของคดี รับการแจ้งเตือน และสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบคดีได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องโทรเข้าระบบซ้ำทุกครั้ง
แนวทางที่สองคือการใช้ Bobbi AI Agent เป็นด่านหน้าสำหรับคำถามทั่วไปและเรื่องไม่ฉุกเฉิน โดย Bobbi ทำงานบนฐานข้อมูลที่ผ่านการอนุมัติจากหน่วยงานตำรวจ ไม่ใช่ข้อมูลทั่วไปจากอินเทอร์เน็ต จุดนี้สำคัญมาก เพราะ AI ในงานภาครัฐต้องตอบจากข้อมูลที่ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และตรวจสอบได้
แนวทางที่สามคือการใช้ MuleSoft เชื่อมระบบหลังบ้านและระบบเดิมของงานตำรวจ เช่น ระบบจัดการคดี ระบบข้อมูลเหตุการณ์ และระบบ dispatch เพื่อให้ข้อมูลใน citizen portal และ Bobbi สอดคล้องกับข้อมูลปฏิบัติการจริง
แนวทางที่สี่คือการใช้ Data 360 เป็นชั้นข้อมูลและบริบทกลาง เพื่อรวมข้อมูลที่กระจัดกระจาย และช่วยให้ AI สามารถตีความ knowledge articles, policy documents และ public-facing guidance ได้อย่างถูกต้อง
แนวทางสุดท้ายคือการออกแบบ Human Escalation และ Guardrails ตั้งแต่ต้น กล่าวคือ Bobbi ไม่ได้ถูกออกแบบให้ตอบทุกเรื่อง หาก AI ตอบไม่ได้ พบความเสี่ยง หรือประชาชนต้องการคุยกับคนจริง ระบบจะส่งต่อให้ Digital Desk operators ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่มนุษย์ที่ทำงานตลอด 24/7
AI ที่รับผิดชอบที่สุด ไม่ใช่ AI ที่ตอบทุกอย่าง แต่คือ AI ที่รู้ว่าเมื่อใดควรตอบเอง เมื่อใดควรหยุด และเมื่อใดต้องส่งต่อมนุษย์
มอง UK Police Forces ผ่าน Agentic AI Transformation Canvas

หากมองผ่าน Agentic AI Transformation Canvas จะเห็นว่า UK Police Forces ไม่ได้ใช้ AI เป็นเครื่องมือแยกส่วน แต่ใช้ AI เพื่อ redesign operating model ของงานบริการประชาชนทั้งระบบ
ในมิติ Strategic Vision & Outcomes เป้าหมายคือการเปลี่ยนบริการประชาชนจากระบบ call-based support ที่มีภาระสูง ไปสู่ agentic digital front door for policing ที่ประชาชน self-serve ได้ทันที และเจ้าหน้าที่มนุษย์สามารถโฟกัสกับเหตุฉุกเฉิน คดีเสี่ยงสูง และกรณีอ่อนไหวที่ต้องใช้ human judgment
ในมิติ High-Value Workflows & Use Cases งานที่เลือกเป็นจุดเริ่มต้นคือคำถาม non-emergency, case updates, victim support portal, routine inquiry self-service, การเก็บข้อมูลเบื้องต้นสำหรับ crime report, การตรวจจับกรณีเสี่ยงสูง และการส่งต่อ Digital Desk operators
ในมิติ Stakeholders, Roles & Change Readiness บทบาทของผู้เกี่ยวข้องเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ประชาชนเปลี่ยนจากผู้โทรถามข้อมูลซ้ำ ๆ ไปเป็นผู้ใช้บริการ self-service ผู้เสียหายเปลี่ยนจากการต้องโทรติดตามความคืบหน้า ไปเป็นผู้ใช้ portal ที่ตรวจสอบสถานะคดีได้เอง ส่วน call handlers และ digital desk operators มีเวลามากขึ้นกับสายด่วน เคสซับซ้อน และกรณีเสี่ยงสูง
ในมิติ Governance, Trust & Human Oversight กรณีนี้มีความสำคัญมาก เพราะ AI ทำงานในบริบทที่ละเอียดอ่อน UK Police Forces จึงใช้ knowledge base ที่อนุมัติโดยหน่วยงานตำรวจ จัดการข้อมูลประชาชนอย่าง confidential มี human escalation มี Digital Desk support ตลอด 24/7 และมีการติดตามคุณภาพของการโต้ตอบอย่างต่อเนื่อง
ในมิติ Trusted Context & Knowledge Foundation Bobbi ต้องทำงานบน police-approved knowledge articles, public-facing guidance, policy documents, ข้อมูลสถานะคดี, victim portal information และระบบหลังบ้านที่เชื่อมผ่าน MuleSoft โดยมี Data 360 เป็นชั้นข้อมูลและบริบทร่วม
ในมิติ Agent Team & Orchestration Design สามารถมองระบบนี้เป็น agent ecosystem ที่มี Bobbi AI Agent, Knowledge Retrieval Agent, Case Update Workflow, Escalation Logic, Digital Desk Handoff และ Governance / Monitoring Layer ทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ chatbot เดี่ยวที่ตอบคำถามแบบแยกส่วน
ในมิติ Value Metrics & Business Case กรณีนี้วัดผลทั้ง self-service, autonomous resolution, call volume reduction, wait time, cost avoidance, cost per interaction, CSAT และ human capacity reallocation ซึ่งสะท้อนว่า public sector AI ต้องวัดทั้งประสิทธิภาพและคุณค่าต่อประชาชน
Agentic AI Transformation Canvas คืออะไร

Agentic AI Transformation Canvas คือ framework เชิงกลยุทธ์แบบ 9 ขั้นตอน สำหรับช่วยให้องค์กร ก้าวข้ามการใช้ AI Tools รายจุด ไปสู่การออกแบบ Agentic Enterprise อย่างเป็นระบบ
Canvas นี้ถูกออกแบบให้เป็นเครื่องมือ 1 หน้า เพื่อช่วยให้ผู้บริหารและทีม transformation เห็นภาพร่วมกัน ตั้งแต่เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ workflow ที่ควรเริ่มต้น ผู้เกี่ยวข้องหลัก governance ที่ต้องวาง trusted context ที่ AI ต้องเข้าใจ agent team design วิธีวัด business value และแนวทาง scale ไปสู่ระดับองค์กร
หัวใจของ Canvas นี้คือการทำให้องค์กรเริ่มจาก business value ไม่ใช่ technology
ไม่ใช่เริ่มจากคำถามว่า “จะใช้ AI ตัวไหน”แต่เริ่มจากคำถามว่า “เราต้องการ transform workflow ใด เพื่อสร้าง business value อะไร”
“Agentic AI Transformation Canvas is not a technology template.It is an executive alignment tool for redesigning enterprise work.”
Canvas นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแบบฟอร์มสำหรับกรอกข้อมูล แต่เป็น strategic conversation framework ที่ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจร่วมกันได้ดีขึ้นว่าองค์กรควรเริ่มตรงไหน และจะขยายผลอย่างไร
Outcome ที่ UK Police Forces ได้จากการทรานส์ฟอร์ม
ผลลัพธ์ของ UK Police Forces สะท้อนให้เห็นทั้งประสิทธิภาพของระบบ คุณค่าที่ประชาชนได้รับ และการคืนเวลาของเจ้าหน้าที่มนุษย์ให้กลับไปดูแลกรณีที่สำคัญกว่าเดิม
ในด้านการบริการตนเอง ประชาชนประมาณ 70–75% สามารถใช้ Bobbi เพื่อขอข้อมูลและรับบริการเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง โดย Bobbi สามารถรองรับการสนทนาเรื่องไม่ฉุกเฉินได้มากกว่า 200 ครั้งต่อวัน
ในด้านการลดภาระงานของศูนย์บริการ ระบบช่วยลดจำนวนการติดต่อได้ประมาณ 163,000 ครั้ง และลดระยะเวลารอสายจากที่เคยนานสูงสุดประมาณ 30 นาที เหลือเพียงประมาณ 2.5–3 นาที ขณะเดียวกัน ปริมาณสายโทรเข้าสู่ศูนย์บริการลดลงประมาณ 10%
ในด้านต้นทุน ระบบช่วยหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้ประมาณ 1.4 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 60 ล้านบาท และลดต้นทุนต่อการติดต่อได้ถึง 97% ส่วนในด้านประสบการณ์ของประชาชน ระบบช่วยเพิ่มคะแนนความพึงพอใจในกระบวนการช่วยเหลือผู้เสียหายได้ 15%
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่เพียงตัวเลขต้นทุนที่ลดลง แต่คือการที่เจ้าหน้าที่มนุษย์สามารถกลับไปใช้เวลากับกรณีที่ AI ไม่ควรทำแทน เช่น เหตุฉุกเฉิน เคสที่มีความเสี่ยงสูง สถานการณ์อ่อนไหว และกรณีที่ต้องใช้ความเห็นอกเห็นใจ วิจารณญาณ และการตัดสินใจของมนุษย์
คุณค่าที่แท้จริงของ AI ในภาครัฐจึงไม่ได้เกิดจากการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการทำให้เวลาของเจ้าหน้าที่มนุษย์ถูกใช้กับกรณีที่สำคัญที่สุด และสร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นต่อประชาชนอย่างแท้จริง
“Business value emerges when AI moves from answering questions to helping customers complete transactions.”
บทเรียนสำหรับผู้บริหารไทย
กรณี UK Police Forces มีบทเรียนสำคัญสำหรับหน่วยงานรัฐไทย รัฐวิสาหกิจ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย ธนาคาร ประกันภัย และองค์กรขนาดใหญ่ที่มีงานบริการประชาชนหรือลูกค้าจำนวนมาก
บทเรียนแรกคือ เริ่มจากงานซ้ำที่มีปริมาณสูง เช่น การสอบถามสถานะคำร้อง เอกสารที่ต้องใช้ ขั้นตอนบริการ นัดหมาย หรือการติดตามเคส เพราะงานเหล่านี้มักกินเวลาของเจ้าหน้าที่จำนวนมาก แต่สามารถออกแบบให้ self-service ได้บางส่วน
บทเรียนที่สองคือ ต้องแยก routine case กับ high-risk case ให้ชัด AI ควรจัดการคำถามทั่วไป แต่ต้องส่งต่อเจ้าหน้าที่ทันทีเมื่อพบความเสี่ยง ความอ่อนไหว หรือข้อจำกัดของ AI
บทเรียนที่สามคือ ต้องสร้าง trusted knowledge base ก่อน deploy AI ข้อมูลที่ให้ AI ใช้ต้องผ่านการอนุมัติ เป็นปัจจุบัน ควบคุมเวอร์ชันได้ และสอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ และนโยบายของหน่วยงาน
บทเรียนที่สี่คือ ใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพมนุษย์ ไม่ใช่ลดความเป็นมนุษย์ กรณีนี้สะท้อนว่า AI ที่ดีช่วยให้คนมีเวลามากขึ้นกับงานที่ต้องใช้ empathy, judgment และ timely intervention
บทเรียนที่ห้าคือ ต้องมีความไว้วางใจและการตรวจสอบจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะบริการสาธารณะที่ละเอียดอ่อน ควรมีการทดสอบกับผู้ใช้จริง กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ตรวจสอบอิสระ
บทเรียนสุดท้ายคือ วัดผลทั้ง efficiency และ social impact ไม่ควรวัดเพียงต้นทุนที่ลดลง แต่ต้องวัด wait time, CSAT, คุณภาพการส่งต่อ, public trust, harm prevention และเวลาที่คืนกลับไปให้เจ้าหน้าที่สำหรับเคสสำคัญ
สำหรับผู้บริหารภาครัฐ คำถามสำคัญไม่ใช่ AI จะทำงานแทนคนได้กี่งาน แต่คือ AI จะคืนเวลาของมนุษย์ให้กลับไปดูแลเรื่องสำคัญได้มากแค่ไหน
สรุป: UK Police Forces คือภาพตัวอย่างของ Agentic Enterprise ในโลก Government และ Public Services
UK Police Forces แสดงให้เห็นว่าอนาคตของบริการภาครัฐไม่ได้อยู่ที่การเพิ่ม chatbot หรือ digital portal เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การออกแบบระบบบริการใหม่ที่เป็น human-led, AI-supported public service model
กรณีนี้จึงเป็นตัวอย่างของการก้าวจาก AI Tools ไปสู่ Agentic Enterprise ในโลก Government & Public Services ที่ AI ช่วยจัดการงานซ้ำ งานทั่วไป และคำถามที่ไม่ฉุกเฉิน ขณะที่มนุษย์ยังคงเป็นศูนย์กลางของกรณีที่ต้องใช้ความเห็นอกเห็นใจ วิจารณญาณ ความรับผิดชอบ และการตัดสินใจ
สิ่งที่ทำให้กรณีนี้โดดเด่นไม่ใช่แค่การมี Bobbi เป็น AI agent แต่คือ operating model ทั้งระบบที่เชื่อม citizen portal, trusted knowledge, legacy systems, Salesforce Agentforce, Data 360, MuleSoft, human escalation และ continuous governance เข้าด้วยกัน
UK Police Forces คือภาพตัวอย่างของ Agentic Enterprise ในโลก Government & Public Services — องค์กรที่ใช้ AI ไม่ใช่เพื่อแทนที่มนุษย์ แต่เพื่อทำให้มนุษย์สามารถโฟกัสกับงานที่สำคัญที่สุดได้มากขึ้น
เรียนรู้ต่อในหลักสูตรใหม่ปี 2026
แนวคิดจากกรณีศึกษาทั้งหมดนี้ คือหัวใจของหลักสูตรใหม่ปี 2026
Leading Transformation in the Age of AI
AI-Ready Enterprise Architecture for Executives
รายละเอียดหลักสูตร
Online Live Workshop: วันเสาร์ที่ 11 ก.ค. 2569 เวลา 09.00–16.00 น.
หลักสูตรเร่งรัด 1 วัน สำหรับผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ และผู้นำองค์กร ที่ต้องการเปลี่ยน AI จาก “เครื่องมือที่คนใช้เป็นรายบุคคล” ให้กลายเป็น “ขีดความสามารถระดับองค์กร” ที่สร้าง ROI ได้จริง กำกับดูแลได้ และขยายผลได้อย่างเป็นระบบ
หลักสูตรนี้ไม่ใช่คอร์สสอนใช้ AI Tools ทั่วไป แต่เป็น Executive Program สำหรับผู้บริหารที่ต้องการออกแบบ AI Transformation อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กลยุทธ์ ข้อมูล Workflow, Governance, AI Agents ไปจนถึงการวัดผลทางธุรกิจ
สิ่งที่ผู้บริหารจะได้เรียนรู้
ผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้แนวคิดและเครื่องมือสำคัญ เช่น
AI-Ready Enterprise Architecture เพื่อออกแบบองค์กรให้พร้อมใช้ AI ในระดับ enterprise
AI Transformation Roadmap และ Use Case Portfolio เพื่อเลือก use cases ที่มี impact สูงและนำไปใช้ได้จริง
AI Governance by Design เพื่อวาง guardrails, human oversight และ risk controls ตั้งแต่ต้น
Agentic AI Transformation Canvas และ Agent-Enabled Workflows เพื่อออกแบบ workflow ที่ AI Agents และคนทำงานร่วมกันได้จริง
AI Change Management Playbook เพื่อทำให้คนในองค์กร adopt วิธีทำงานใหม่
AI Transformation Scorecard เพื่อวัดความพร้อม ความก้าวหน้า และผลลัพธ์ของ AI Transformation
Real-World Case Studies จากองค์กรชั้นนำระดับโลก เพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพจริง ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
พิเศษสำหรับผู้เข้าอบรม
ผู้เข้าอบรมทุกท่านจะได้รับ
E-Book หนังสือใหม่ Leading Transformation in the Age of AI คู่มือผู้บริหารสู่การออกแบบองค์กรที่ใช้ AI ได้จริง สามารถกำกับดูแล ขยายผล และปรับตัวได้อย่างต่อเนื่อง ฉบับภาษาไทย มูลค่า 990 บาท
พร้อม Executive Templates สำหรับผู้บริหารที่ต้องการเปลี่ยนองค์กรในยุค AI โดยเฉพาะ ดาวน์โหลดได้ทันทีหลังเรียนจบ
Certificate และ Replay ย้อนหลัง
รวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท
สมัครวันนี้ Special Offer ราคาเพียง 6,900 บาท รับสิทธิ์ทันที ที่นั่งมีจำนวนจำกัด
เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องการเปลี่ยนองค์กรให้เป็นผู้นำในยุค AI อย่างจริงจัง
รับสิทธิ์ราคา 6,900 บาท / ดาวน์โหลด Brochure





