top of page

IKEA — จากยักษ์ใหญ่แห่งวงการเฟอร์นิเจอร์ประกอบเอง สู่ ผู้นำด้านนวัตกรรมค้าปลีกและประสบการณ์ดิจิทัลเพื่อการอยู่อาศัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI

  • รูปภาพนักเขียน: DX Academy
    DX Academy
  • 7 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 9 นาที

อัปเดตเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา


IKEA — จากยักษ์ใหญ่แห่งวงการเฟอร์นิเจอร์ประกอบเอง สู่ ผู้นำด้านนวัตกรรมค้าปลีกและประสบการณ์ดิจิทัลเพื่อการอยู่อาศัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI
จากยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจน้ำมันแบบดั้งเดิมสู่การเป็น "Energy Superstore" องค์กรต้นแบบการทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ในภูมิภาพเอเชียแปซิฟิกและอาเซียน
IKEA (อิเกีย) ผู้นำระดับโลกด้านสินค้าตกแต่งบ้าน ได้แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการทำ Digital & AI Transformation ที่พลิกโฉมจากธุรกิจค้าปลีกแบบดั้งเดิม (Brick-and-Mortar) ที่เน้นการให้ลูกค้ามาเลือกซื้อสินค้าที่สโตร์ชานเมือง สู่การเป็นองค์กร Omnichannel ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างเต็มรูปแบบ

กรณีศึกษานี้นำเสนอเส้นทางการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของ IKEA จากผู้นำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ค้าปลีกแบบดั้งเดิม สู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย Digital Transformation ในยุค AI ผู้อ่านจะได้เรียนรู้กลยุทธ์การปรับตัวขององค์กรระดับโลกที่ไม่เพียงแค่นำเทคโนโลยีมาใช้ แต่ยังปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กรและการพัฒนาบุคลากร (Reskilling) ควบคู่ไปกับการใช้นวัตกรรมล้ำสมัย เช่น Generative AI และ หุ่นยนต์อัตโนมัติ เพื่อสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ไร้รอยต่อและโมเดลธุรกิจใหม่ บทเรียนจาก IKEA จะแสดงให้เห็นถึงวิธีการผสานเทคโนโลยีเข้ากับวิสัยทัศน์ทางธุรกิจและความยั่งยืน เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง




AI Assessment by DX Academy



Background


จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2018 ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า "ไม่ใช่แค่การสร้างกลยุทธ์ดิจิทัล แต่คือการสร้างกลยุทธ์ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล (Strategy enabled by digital transformation)" IKEA ได้ปฏิรูปองค์กรผ่าน 2 ระยะสำคัญ:

  1. ระยะวางรากฐาน (2018-2023): เน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ การเชื่อมต่อช่องทางออนไลน์-ออฟไลน์ และการยกระดับทักษะพนักงาน

  2. ระยะเร่งเครื่องด้วย AI (2024-ปัจจุบัน): เน้นการใช้ Generative AI, หุ่นยนต์อัตโนมัติ และ Data Analytics เพื่อสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคลและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน


ผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ IKEA สามารถเพิ่มยอดขายออนไลน์จากระดับต่ำกว่า 10% สู่ 26% ของยอดขายรวม สร้างรายได้จากบริการดิจิทัลใหม่ๆ และก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม (Responsible AI) ในระดับสากล กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่องค์กรขนาดใหญ่ที่มีรากฐานมายาวนานก็สามารถปรับตัวให้ทันสมัยและเป็นผู้นำในยุคดิจิทัลได้ หากมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ


Business Overview

IKEA (ดำเนินงานโดย Ingka Group) คือแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติสวีเดนที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่า 80 ปี ด้วยเอกลักษณ์สินค้าดีไซน์สวยงาม ราคาย่อมเยา และบรรจุภัณฑ์แบบแบน (Flat-pack) ที่ลูกค้าต้องนำไปประกอบเอง โมเดลธุรกิจดั้งเดิมของ IKEA ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยการสร้างสโตร์ขนาดใหญ่ (Blue Box) ในพื้นที่ชานเมือง เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและสต็อกสินค้า

อย่างไรก็ตาม ในยุคปัจจุบัน IKEA ได้ขยายขอบเขตธุรกิจจากแค่การขายสินค้า ไปสู่การเป็น "ผู้ให้บริการโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยครบวงจร" ผ่านช่องทางที่หลากหลาย:

  • Physical Stores: ปรับเปลี่ยนบทบาทเป็นทั้งโชว์รูมและศูนย์กระจายสินค้า (Fulfillment Center) รวมถึงเปิดสาขาขนาดเล็กในใจกลางเมือง (City Stores/Plan and Order Points)

  • Digital Channels: เว็บไซต์, แอปพลิเคชัน Superapp, และแพลตฟอร์มออกแบบเสมือนจริง (IKEA Kreativ)

  • Services: บริการออกแบบทางไกล, บริการประกอบเฟอร์นิเจอร์ (TaskRabbit), และบริการด้านความยั่งยืน

พันธกิจหลักของ IKEA ยังคงเป็น "การสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับคนทั่วไปในทุกๆ วัน (To create a better everyday life for the many people)" แต่บริบทของวิธีการได้ถูกยกระดับด้วยเทคโนโลยีเพื่อให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น สะดวกขึ้น และยั่งยืนขึ้น

Challenges

ความท้าทายสำคัญของกรณีศึกษานี้คือการที่ IKEA ต้องก้าวข้าม 'กับดักความสำเร็จ' ของโมเดลธุรกิจดั้งเดิมที่เน้นสโตร์ขนาดใหญ่ (Cash & Carry) ซึ่งเริ่มไม่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายและประสบการณ์แบบ Omnichannel 

โดย IKEA ต้องเร่งแก้ปัญหาการเข้าสู่ตลาดอีคอมเมิร์ซที่ล่าช้ากว่าคู่แข่ง ท่ามกลางอุปสรรคใหญ่จากโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่ล้าสมัย (Legacy Systems) และการบริหารจัดการข้อมูลที่กระจัดกระจาย (Data Silos) ภายในองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI อย่างคล่องตัวนั้นเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนและยากลำบากที่สุด


ก่อนปี 2018 และในช่วงเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง IKEA เผชิญกับอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน ดังนี้:


3.1 การเริ่มต้นช้ากว่าคู่แข่งในตลาด E-commerce (Market Laggard)

  • IKEA ยอมรับว่าเข้าสู่ตลาดออนไลน์ช้ากว่าคู่แข่งรายสำคัญและ Digital Natives (เช่น Amazon, Wayfair)

  • โมเดลธุรกิจเดิมที่ออกแบบมาให้ลูกค้า "บริการตัวเอง" (Cash & Carry) ไม่เอื้อต่อระบบโลจิสติกส์สำหรับการจัดส่งถึงบ้านที่มีความซับซ้อน

3.2 พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป (Changing Consumer Behavior)

  • ลูกค้ายุคใหม่ต้องการความสะดวกสบาย (Convenience) ไม่ต้องการเดินทางไกลไปชานเมือง และคาดหวังประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไร้รอยต่อระหว่างออนไลน์และออฟไลน์

  • ความต้องการบริการแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) มีมากขึ้น ซึ่งระบบเดิมไม่สามารถตอบสนองได้

3.3 ปัญหาโครงสร้างองค์กรและเทคโนโลยี (Organizational & Technical Debt)

  • Siloed Organization: การทำงานแยกส่วนระหว่างแผนกและระหว่างประเทศ ทำให้การขับเคลื่อนกลยุทธ์ระดับโลกทำได้ยาก

  • Legacy Systems: ระบบไอทีแบบดั้งเดิมที่ไม่ยืดหยุ่น ข้อมูลกระจัดกระจาย (Data Silos) ไม่สามารถนำมาวิเคราะห์แบบ Real-time ได้

  • Talent Gap: ขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัลและ AI ภายในองค์กร

3.4 วิกฤตการณ์โควิด-19 (COVID-19 Pandemic)

  • การปิดสโตร์ทั่วโลกชั่วคราวส่งผลกระทบต่อรายได้หลัก บีบบังคับให้ต้องเร่งกระบวนการ Digital Transformation ให้เร็วกว่าแผนเดิมหลายเท่าตัว

Goals and Outcomes

เป้าหมายหลักของการเปลี่ยนแปลงนี้คือการพลิกโฉม IKEA ให้เป็นองค์กร Omnichannel ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI อย่างเต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด 'Strategy enabled by digital'

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมคือความสำเร็จในการเพิ่มสัดส่วนยอดขายออนไลน์จากต่ำกว่า 10% พุ่งทะยานสู่ 26% และสร้างรายได้ใหม่จากบริการออกแบบทางไกลกว่า 1.3 พันล้านยูโร พร้อมทั้งการเปิดตัวนวัตกรรมที่จับต้องได้จริงอย่าง IKEA Kreativ และ AI Assistant ที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านระบบอัตโนมัติในคลังสินค้า ส่งผลให้ IKEA ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านค้าปลีกอัจฉริยะที่เติบโตอย่างยั่งยืน


การทำ Digital & AI Transformation ของ IKEA แบ่งออกเป็นเป้าหมายและผลลัพธ์ที่ชัดเจนใน 2 ช่วงเวลาสำคัญ:


Phase 1: การวางรากฐานและ Omnichannel (2018–2023)

เป้าหมาย (Goals):

  • เปลี่ยนระบบ IT สู่ Cloud เพื่อความยืดหยุ่น

  • สร้างประสบการณ์ Omnichannel ที่ไร้รอยต่อ เชื่อมต่อร้านค้าและออนไลน์

  • ยกระดับทักษะพนักงาน (Reskilling) เพื่อรองรับบทบาทใหม่

ผลลัพธ์ (Outcomes):

  • ยอดขายออนไลน์พุ่งทะยาน: สัดส่วนยอดขายออนไลน์เพิ่มขึ้นจากต่ำกว่า 10% เป็น 26% ของยอดขายรวม

  • IKEA Kreativ: เปิดตัวเครื่องมือออกแบบห้องเสมือนจริงด้วย AI ที่ช่วยลบเฟอร์นิเจอร์เดิมและวางของใหม่ได้ผ่านสมาร์ทโฟน

  • Massive Reskilling: ประสบความสำเร็จในการฝึกอบรมพนักงานคอลเซ็นเตอร์ 8,500 คน ให้กลายเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบภายใน สร้างรายได้จากบริการออกแบบทางไกลได้ถึง 1.3 พันล้านยูโร

  • AI Chatbot "Billie": สามารถจัดการข้อซักถามลูกค้าได้ถึง 47% ช่วยลดภาระงานของพนักงาน


Phase 2: การขับเคลื่อนด้วย AI และนวัตกรรม (2024–ปัจจุบัน)

เป้าหมาย (Goals):

  • ใช้ AI เป็นแกนหลัก (AI-First) ในการสร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบ Hyper-personalization

  • เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วยระบบอัตโนมัติ (Automation)

  • เป็นผู้นำด้านจริยธรรม AI (Responsible AI)

ผลลัพธ์ (Outcomes):

  • IKEA AI Assistant (Generative AI): เปิดตัวผู้ช่วยส่วนตัวบน GPT Store ที่ให้คำแนะนำการแต่งบ้านและสินค้าแบบโต้ตอบด้วยภาษาธรรมชาติ

  • Drone Inventory Management: ใช้โดรนอัตโนมัติตรวจนับสต็อกสินค้าในคลังสินค้าช่วงกลางคืน เพิ่มความแม่นยำและลดอุบัติเหตุของพนักงาน

  • AI for Sustainability: ใช้ AI (Winnow System) ช่วยลดปริมาณขยะอาหารในร้านอาหาร IKEA ได้ถึง 50%

  • Ethical Leadership: เป็นองค์กรแรกๆ ที่ร่วมลงนามใน EU AI Pact เพื่อยืนยันมาตรฐานความปลอดภัยและจริยธรรมในการใช้ AI ก่อนกฎหมายบังคับใช้

  • Internal Productivity: พนักงานกว่า 30,000 คน และผู้นำ 3,000 คน ได้รับการอบรม AI Literacy และใช้เครื่องมือ AI Copilot เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน


Part 1: DIGITAL READINESS ASSESSMENT


การวิเคราะห์ระดับความพร้อมทางดิจิทัล (Digital Readiness) และวุฒิภาวะทางดิจิทัล (Digital Maturity) ของ IKEA โดยเปรียบเทียบระหว่างช่วง ก่อนการทรานส์ฟอร์ม (ปี 2018) และ หลังการทรานส์ฟอร์ม (ปี 2025)


DIGITAL TRANSFORMATION READINESS LEVEL: IKEA
DIGITAL TRANSFORMATION READINESS LEVEL IKEA before and after

IKEA ได้สร้างพัฒนาการแบบก้าวกระโดดจากระดับ Dreamers (Level 1.4) ในช่วงก่อนปี 2018 ซึ่งเป็นองค์กรที่เริ่มตระหนักถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงแต่ยังขาดกลยุทธ์ดิจิทัลที่ชัดเจน โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยียังล้าสมัย (Legacy) และการทำงานแยกส่วน (Silos) ก้าวขึ้นสู่ระดับ Harmonizers ที่กำลังมุ่งสู่ Differentiators (Level 3.9) ในช่วงหลังปี 2024 ได้อย่างสมบูรณ์

IKEA ประสบความสำเร็จในการยกระดับขีดความสามารถครบทั้ง 8 มิติ เริ่มจาก Leadership ที่มีวิสัยทัศน์และ Strategy ที่ผนวกดิจิทัลเป็นแกนหลักธุรกิจ นำไปสู่การลงทุนใน Technology ขั้นสูง (AI & Cloud) เพื่อปฏิวัติ Operation และ Customer Experience ให้ไร้รอยต่อ ควบคู่ไปกับการปรับ Organization และ Culture ให้คล่องตัว (Agile) พร้อมทั้ง Reskill People นับหมื่นคน ให้พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ ส่งผลให้ IKEA กลายเป็นผู้นำแห่งความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมค้าปลีกระดับโลก


โดยสรุป PETRONAS ในปัจจุบันมีสถานะเป็น "Digital Differentiator" ในอุตสาหกรรมพลังงาน ที่ไม่ได้ใช้ดิจิทัลแค่เพื่อ "อยู่รอด" แต่ใช้เพื่อ "สร้างความแตกต่าง" และ "เติบโต" ในน่านน้ำใหม่ได้อย่างแท้จริง



AI Assessment by DX Academy

เริ่มสร้าง Digital Roadmap ของคุณให้พร้อมสำหรับยุค AI วันนี้




Part 2: NEW GROWTH ENGINE

แผนการสร้างการเติบโตครั้งใหม่สำหรับอนาคตของ Petronas


NEW GROWTH ENGINE แผนการสร้างการเติบโตครั้งใหม่สำหรับอนาคตของ IKEA
NEW GROWTH ENGINE แผนการสร้างการเติบโตครั้งใหม่สำหรับอนาคตของ IKEA
การสร้าง New Growth Engine ของ IKEA คือการพลิกโฉมโมเดลธุรกิจจาก 'ผู้ขายเฟอร์นิเจอร์' สู่การเป็น 'แพลตฟอร์มโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยอัจฉริยะและยั่งยืน' (Sustainable Smart Living Platform) โดยเปลี่ยนแรงกดดันจาก Disruption และเทคโนโลยีให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ ผ่านการผนวก AI และ Data เข้ากับกลยุทธ์ Omnichannel ที่ไร้รอยต่อและการขยายสู่ธุรกิจแบบ Platform (เช่น TaskRabbit) ซึ่งช่วยให้ IKEA สามารถนำเสนอประสบการณ์ที่รู้ใจลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-personalization) พร้อมสร้างแหล่งรายได้ใหม่จากภาคบริการและสินค้านวัตกรรม เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตใน S-Curve ใหม่ได้อย่างมั่นคงและเหนือกว่าคู่แข่งในยุคดิจิทัล

อ่านต่อ

1. Disruption: รับมือการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม

IKEA ถูก Disrupt จาก E-commerce Giants (เช่น Amazon) ที่เน้นความเร็วในการส่ง และพฤติกรรมคนเมืองที่ไม่สะดวกเดินทางไปสโตร์ชานเมือง

  • Omnichannel Transformation: พลิกโฉมจากธุรกิจหน้าร้านอย่างเดียวสู่การขายแบบผสมผสาน ปรับสโตร์ให้เป็นศูนย์กระจายสินค้า (Fulfillment Units) เพื่อส่งของได้เร็วขึ้น

  • City Stores & Plan and Order Points: เปิดสาขาขนาดเล็กในใจกลางเมือง (เช่น ปารีส, ลอนดอน, โตเกียว) เพื่อดักจับลูกค้ากลุ่ม Urban ที่ไม่มีรถยนต์

  • ปรับโครงสร้างราคาค่าส่ง: พยายามลดค่าบริการจัดส่งให้แข่งขันได้กับ Marketplace

  • ยอดขายออนไลน์พุ่งจาก <10% สู่ 26% ของยอดขายรวม (ปี 2023)

  • สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่เคยไป IKEA สาขาใหญ่ได้สำเร็จ และเปลี่ยนจุดอ่อนด้านโลจิสติกส์ให้เริ่มแข็งแกร่งขึ้น


2. Disruptive Innovation: สร้างสรรค์นวัตกรรมที่เปลี่ยนเกม

แนวโน้ม "Smart Home" ที่อุปกรณ์อัจฉริยะเริ่มสำคัญกว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้ธรรมดา และเทรนด์ "Circular Economy" ที่คนหันไปซื้อของมือสองหรือเช่าแทนซื้อใหม่

  • IKEA Home Smart: พัฒนาสินค้านวัตกรรมที่ผสานเทคโนโลยี เช่น ลำโพง SYMFONISK (ร่วมกับ Sonos), หลอดไฟอัจฉริยะ, และเครื่องฟอกอากาศที่สั่งงานผ่านแอปได้ เพื่อเปลี่ยนตัวเองเป็น Tech-lifestyle brand

    จำหน่ายสินค้าอัจฉริยะได้หลายล้านชิ้น กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในตลาด Smart Home

  • Circular Services: เปิดบริการ Buy Back & Resell รับซื้อคืนเฟอร์นิเจอร์เก่าและนำมาขายใหม่ในโซน As-is เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืนและลูกค้าที่ชอบของคุ้มค่า สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่รักษ์โลกอย่างเป็นรูปธรรม

  • Remote Planning Services: เปลี่ยนการขายสินค้า เป็นการขาย "บริการออกแบบ" ทางไกล ตอบโจทย์คนที่แต่งบ้านไม่เป็น สร้างรายได้ใหม่จากบริการออกแบบทางไกลได้ถึง 1.3 พันล้านยูโร


3. Disruptive Technology: การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ

การมาของ AI, Generative AI และ AR ที่เปลี่ยนวิถีการช้อปปิ้งและการทำงาน และช่วยลดความลังเลในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า (Conversion Rate ดีขึ้น)

  • IKEA Kreativ: ใช้ AI และ Computer Vision ให้ลูกค้าสแกนห้อง ลบเฟอร์นิเจอร์เดิมออก และวางของใหม่ได้เสมือนจริง แก้ปัญหา "ซื้อไปแล้วเข้ากับห้องไม่ได้"

  • IKEA AI Assistant: สร้างผู้ช่วยส่วนตัวบน OpenAI GPT Store ให้คำแนะนำด้วยภาษาธรรมชาติ

  • Warehouse Automation: ใช้ โดรนอัตโนมัติ (Autonomous Drones) บินนับสต็อกสินค้าในเวลากลางคืน ช่วยลดความผิดพลาดในการนับสต็อก เพิ่มความแม่นยำของสินค้าคงคลัง และลดอุบัติเหตุของพนักงาน


4. Platform Business: การสร้างธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม

ธุรกิจยุคใหม่ต้องเป็น Ecosystem ที่เชื่อมโยงบริการต่างๆ เข้าด้วยกัน ไม่ใช่แค่ขายสินค้า

  • Acquisition of TaskRabbit: เข้าซื้อกิจการแพลตฟอร์ม TaskRabbit เพื่อนำมาให้บริการ "ประกอบเฟอร์นิเจอร์" (Assembly Service) เชื่อมต่อลูกค้ากับช่างอิสระ (Gig Economy) เป็นการสร้าง End-to-End Service: ปิดจุดเจ็บปวด (Pain Point) เรื่อง "ซื้อแล้วประกอบเองไม่ได้" ได้อย่างสมบูรณ์ ขยายบริการ TaskRabbit ไปในหลายประเทศที่ IKEA ตั้งอยู่

  • IKEA SuperApp: รวมฟังก์ชันช้อปปิ้ง, ออกแบบ, สแกนสินค้าในร้าน (Shop & Go), และสิทธิสมาชิก (IKEA Family) ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

  • Data Integration: สามารถเก็บข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าได้ครบวงจร ตั้งแต่การค้นหา ซื้อ ไปจนถึงการใช้บริการหลังการขาย


Part 3: TRANSFORMER MAP

แผนที่การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของ IKEA


TRANSFORMER MAP แผนที่การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของ IKEA
TRANSFORMER MAP แผนที่การทรานส์ฟอร์มธุรกิจของ IKEA
กลยุทธ์นี้ทำให้ IKEA เปลี่ยนสถานะจาก "ผู้ถูกล่า" (โดย E-commerce) กลับมาเป็น "ผู้ล่า" ที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรม Smart Living ได้ด้วยตนเอง

การวางแผน Transformer Map ของ IKEA แสดงให้เห็นถึงการจัดพอร์ตโฟลิโอทางธุรกิจที่สมดุล:

  • ปกป้องฐานที่มั่น (Box 1) ด้วยประสิทธิภาพและเทคโนโลยี

  • รุกโต้กลับ Disruptor (Box 2) ด้วยการนำสินค้าไปหาลูกค้าในเมืองและออนไลน์

  • ปิดจุดอ่อนและเพิ่มมูลค่า (Box 3) ด้วยบริการและสินค้าเทคโนโลยีสำหรับลูกค้าเดิม

  • สร้างอนาคตใหม่ (Box 4) ด้วยโมเดลธุรกิจแพลตฟอร์ม ความยั่งยืน และ AI

อ่านต่อ

หลังจากที่ IKEA ได้ระบุ New Growth Engine (เครื่องยนต์การเติบโตใหม่) ที่มุ่งเน้นการเป็น "แพลตฟอร์มโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยอัจฉริยะและยั่งยืน" แล้ว ขั้นตอนถัดไปคือการนำวิสัยทัศน์นั้นมาแปลงเป็นกลยุทธ์เชิงปฏิบัติผ่านเครื่องมือ Transformer Map เพื่อวางแผนการดำเนินงานใน 4 มิติ ซึ่งจะช่วยปกป้องธุรกิจหลักเดิมและรุกเข้าสู่พื้นที่โอกาสใหม่พร้อมๆ กัน ดังนี้:


1. Core Business + Current Market: เพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจหลักในตลาดเดิม

กลยุทธ์: Refocus & Lean Operation (รักษาฐานที่มั่นและเพิ่มประสิทธิภาพ)

 IKEA มุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเดิม (Loyal Customers) ที่ยังชื่นชอบประสบการณ์การเดินช้อปปิ้งในสโตร์และการประกอบเฟอร์นิเจอร์เอง โดยใช้เทคโนโลยีมาอุดรูรั่วและเพิ่มประสิทธิภาพ

  • Operational Excellence with AI: นำ Automation & Drones มาใช้ในคลังสินค้าและสโตร์เพื่อตรวจนับสต็อก ทำให้สินค้ามีความแม่นยำ (Inventory Accuracy) ลดปัญหาสินค้าหมดสต็อกซึ่งเป็น Pain Point หลักของลูกค้าเดิม

  • Lean Strategy: ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นในกระบวนการบริหารจัดการร้านค้าขนาดใหญ่ เพื่อให้ยังคงรักษาราคาที่ "ย่อมเยา" (Affordability) ไว้ได้ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่คู่แข่งทำตามได้ยาก

  • Digital In-Store Experience: ใช้แอปพลิเคชันช่วยในการเดินสโตร์ เช่น ฟีเจอร์ Shop & Go (สแกนและจ่ายเงินเอง) เพื่อลดคิวชำระเงิน และแผนที่นำทางในร้าน เพื่อให้ลูกค้าเดิมได้รับประสบการณ์ที่สะดวกและทันสมัยขึ้น


2. Core Business + New Market: ขยายธุรกิจหลักเข้าสู่ตลาดใหม่

กลยุทธ์: Market Expansion & Accessibility (ขยายสินค้าเดิมสู่ลูกค้ากลุ่มใหม่)

IKEA ใช้สินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่เป็น Core Business เดิม ไปเจาะตลาดกลุ่มใหม่ที่ Disruptors (เช่น Amazon, Startups) พยายามครอบครอง เช่น กลุ่มคนเมืองที่ไม่มีรถยนต์ หรือกลุ่ม Digital Natives

  • New Formats (City Stores): เปิด Plan and Order Points และสโตร์ขนาดเล็กในใจกลางเมืองใหญ่ (เช่น ลอนดอน, ปารีส, สุขุมวิท) เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าคนเมืองที่ไม่สะดวกเดินทางไปชานเมือง

  • E-commerce & SuperApp: ลงทุนในระบบออนไลน์เต็มรูปแบบเพื่อเข้าถึงลูกค้าที่ซื้อของผ่านมือถือเท่านั้น (Mobile-first customers) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ IKEA เคยเข้าถึงได้ยากในอดีต

  • B2B Market (IKEA for Business): ขยายตลาดจากผู้บริโภคทั่วไป (B2C) สู่กลุ่มธุรกิจ SME และสำนักงาน (B2B) โดยนำเสนอเฟอร์นิเจอร์สำนักงานพร้อมบริการออกแบบ เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งจากผู้จัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำนักงานแบบเดิม


3. New Core Business + Current Market: สร้างบริการใหม่ในตลาดเดิม

กลยุทธ์: Service Integration & Ecosystem (สร้างธุรกิจใหม่ให้ลูกค้าเดิม)

เพื่อไม่ให้ลูกค้าเดิมหนีไปหาคู่แข่งที่ให้บริการครบวงจรกว่า IKEA ได้สร้าง "ธุรกิจใหม่" (New Core) มานำเสนอลูกค้ากลุ่มเดิม เพื่อเพิ่ม Share of Wallet และเปลี่ยนจากการขาย "สินค้า" เป็นการขาย "บริการและไลฟ์สไตล์"

  • Services Marketplace (TaskRabbit): เปลี่ยนจากการขายแค่กล่องเฟอร์นิเจอร์ มาเป็นบริการ "Assembly & Installation" ผ่านการเข้าซื้อ TaskRabbit ทำให้ลูกค้าเดิมที่เบื่อการประกอบเอง ยังคงเลือกซื้อ IKEA ต่อไป

  • Smart Home Products: ลูกค้าเดิมต้องการบ้านที่ทันสมัยขึ้น IKEA จึงขยายสู่ธุรกิจอุปกรณ์ IoT (ลำโพง, หลอดไฟ, เครื่องฟอกอากาศ) ที่เชื่อมต่อกันได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้าหันไปหา Tech Gadgets จากแบรนด์อื่น

  • Circular Hub (Buy Back & Resell): บริการรับซื้อคืนและขายของมือสอง ตอบโจทย์ลูกค้าเดิมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและต้องการความคุ้มค่า ซึ่งช่วยรักษาลูกค้าให้อยู่ใน Ecosystem ของ IKEA ตลอดไป


4. New Core Business + New Market: พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ในตลาดใหม่

กลยุทธ์: Business Model Reinvention (สร้างน่านน้ำใหม่ด้วยโมเดลใหม่)

นี่คือพื้นที่ของ New Growth Engine ที่แท้จริง IKEA กำลัง Reposition ตัวเองเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคตที่ไม่พึ่งพาแค่การขายเฟอร์นิเจอร์ และแข่งขันกับ Tech Giants โดยตรง

  • Generative AI Design Platform: เปลี่ยนจากธุรกิจค้าปลีก เป็น "แพลตฟอร์มเทคโนโลยีการออกแบบ" (เช่น IKEA Kreativ) ที่อนุญาตให้ผู้ใช้ทั่วไป (New Market) เข้ามาออกแบบห้องเสมือนจริงได้ฟรี โดยอาจพัฒนาโมเดลรายได้จากการเป็น Affiliate หรือขายข้อมูล Insight ให้กับพาร์ทเนอร์

  • Clean Energy Services: ขยายสู่ธุรกิจพลังงานสะอาด (ขายแผงโซลาร์เซลล์และบริการจัดการพลังงานในบ้าน) เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ที่มองหาโซลูชันพลังงาน ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ (Home Solar & Energy Storage)

  • Furniture as a Service (Subscription): โมเดลธุรกิจใหม่ในการ "เช่า" เฟอร์นิเจอร์สำหรับกลุ่ม Digital Nomads หรือองค์กร ที่ไม่ต้องการครอบครองทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการเปลี่ยน Core Business จากการขายขาด (One-time sales) เป็นรายได้ประจำ (Recurring Revenue)

AI Consulting by DX Academy

พร้อมหรือยังที่จะสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ให้กับองค์กรของคุณ?




Part 4: BUSINESS MODEL CANVAS

การพัฒนนาโมเดลธุรกิจใหม่ของ IKEA


Business Model Canvas ของ IKEA
Business Model Canvas ของ IKEA

การออกแบบ Business Model Canvas ใหม่นี้ แสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของ IKEA ที่ขยับจากการเน้น "การผลิตและสถานที่ตั้ง" (Product & Place) ไปสู่การเน้น "ข้อมูล, บริการ, และความยั่งยืน" (Data, Service & Sustainability) เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจสู่ "แพลตฟอร์มโซลูชันเพื่อการอยู่อาศัยอัจฉริยะและยั่งยืน" 


โมเดลธุรกิจใหม่นี้จะทำให้ IKEA ไม่ได้เป็นเพียงร้านขายของแต่งบ้าน แต่เป็น "Ecosystem" ที่ผสานเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของลูกค้า ตั้งแต่การออกแบบ (AI) การซื้อ (Omnichannel) การใช้งาน (Smart Home) ไปจนถึงการส่งต่อ (Circular) ซึ่งเป็นการสร้างเกราะป้องกัน Disruptor และสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว

อ่านต่อ

1. Customer Segments (กลุ่มลูกค้า)

ขยายสู่กลุ่มลูกค้าใหม่

  • Urban Dwellers without Cars: กลุ่มคนเมืองที่ไม่มีรถส่วนตัว และไม่สะดวกเดินทางไปสโตร์ชานเมือง

  • Digital Natives & Gen Z: กลุ่มคนที่ต้องการความสะดวกสบาย ซื้อของผ่านมือถือ และคุ้นเคยกับเทคโนโลยี

  • Eco-conscious Consumers: กลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับความยั่งยืนและการหมุนเวียนทรัพยากร

  • Business & SME (B2B): ลูกค้าองค์กรที่ต้องการโซลูชันสำนักงานสำเร็จรูปและบริการออกแบบ

  • Smart Home Enthusiasts: กลุ่มคนที่มองหาบ้านอัจฉริยะ (IoT)


2. Value Propositions (การเสนอคุณค่า)

จากการสร้าง New Growth Engine ด้าน AI & Services

  • Seamless Omnichannel Experience: ประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ไร้รอยต่อ เชื่อมต่อระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ (Click & Collect, Shop & Go)

  • Hyper-Personalization with AI: การออกแบบบ้านที่รู้ใจเฉพาะบุคคลด้วย Generative AI (IKEA Kreativ / AI Assistant) ช่วยลดความยุ่งยากในการแต่งบ้าน

  • Accessibility & Convenience: เข้าถึงง่ายผ่านสาขาในเมือง (City Stores) และบริการประกอบติดตั้งครบวงจร (TaskRabbit)

  • Sustainable & Circular Living: สินค้าที่เป็นมิตรต่อโลก บริการรับซื้อคืน (Buy Back) และอะไหล่ซ่อมแซม เพื่อยืดอายุการใช้งาน

  • Affordable Smart Home: เทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะที่ใช้งานง่ายและราคาจับต้องได้


3. Customer Relationships (ความสัมพันธ์กับลูกค้า)

จากการเปลี่ยนรูปแบบปฏิสัมพันธ์

  • Personal Assistance via AI: ใช้ Chatbot และ AI 24 ชั่วโมง

  • Co-Creation Community: ให้ลูกค้ามีส่วนร่วมใน IKEA Family

  • Long-term Partnership: บริการดูแลรักษา ซ่อมแซม และรับซื้อคืน

  • Membership Loyalty Program: ใช้ Data ขับเคลื่อนสิทธิพิเศษที่ตรงใจรายบุคคล


4. Channels (ช่องทาง)

การขยายช่องทางขายและบริการ

  • Digital Platforms: IKEA SuperApp, Website, และ AI Assistant บน GPT Store

  • City Formats: สโตร์ขนาดเล็ก (Plan and Order Points) ในย่านธุรกิจและใจกลางเมือง

  • Traditional Stores: สโตร์ขนาดใหญ่ (Blue Box) ที่ปรับบทบาทเป็นศูนย์กระจายสินค้าและ Experience Center

  • Remote Planning Services: บริการวิดีโอคอลกับดีไซเนอร์เพื่อออกแบบห้องจากทางไกล

  • Social Commerce: การเชื่อมต่อผ่านโซเชียลมีเดียและอินฟลูเอนเซอร์


5. Revenue Streams (แหล่งรายได้)

การสร้างรายได้รูปแบบใหม่

  • Product Sales (Physical & Digital): รายได้จากการขายเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ Smart Home

  • Service Fees: รายได้จากค่าบริการออกแบบ, ค่าประกอบติดตั้ง (TaskRabbit), และค่าขนส่ง

  • Circular Economy Revenue: รายได้จากการขายสินค้ามือสอง (As-is) และการรีไซเคิลวัสดุ

  • Subscription Models (Potential): รายได้ประจำจากการเช่าเฟอร์นิเจอร์ (Furniture as a Service) สำหรับลูกค้า B2B หรือนักศึกษา

  • Energy Services: รายได้จากการจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์และโซลูชันพลังงานสะอาด


6. Key Activities (กิจกรรมสำคัญ)

สิ่งที่ต้องทำเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ:

  • Digital Product Development: การพัฒนาแอปพลิเคชัน, AI, และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง

  • Data Analytics & Insight: การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเพื่อปรับปรุงสินค้าและบริการ

  • Circular Design & Sourcing: การออกแบบสินค้าโดยคำนึงถึงการรีไซเคิลตั้งแต่ต้นน้ำ

  • Last-Mile Fulfillment: การบริหารจัดการการจัดส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าเร็วที่สุดและต้นทุนต่ำที่สุด


7. Key Resources (ทรัพยากรสำคัญ)

สิ่งที่ต้องมีเพื่อขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจใหม่:

  • Data & AI Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และอัลกอริทึม AI ที่ทรงพลัง

  • Sustainable Supply Chain: เครือข่ายการผลิตที่ใช้วัสดุหมุนเวียนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

  • Logistics Network: ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ (Automated Warehouse) และยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับขนส่ง (EV Fleet)

  • Human Capital: พนักงานที่มีทักษะดิจิทัล และดีไซเนอร์ที่มีความเชี่ยวชาญ

  • Brand Reputation: ความน่าเชื่อถือในด้านความยั่งยืนและราคาที่คุ้มค่า


8. Key Partnerships (พันธมิตรสำคัญ)

เครือข่ายที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง:

  • Tech Giants: เช่น Microsoft (Azure/OpenAI), Google, Apple (Smart Home integration)

  • Gig Economy Platforms: เครือข่ายช่างอิสระ (TaskRabbit ecosystem)

  • Delivery Partners: ผู้ให้บริการขนส่งท้องถิ่นและผู้พัฒนายานยนต์ไฟฟ้า

  • Social Enterprises: กลุ่มวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ผลิตสินค้างานฝีมือ


9. Cost Structure (โครงสร้างต้นทุน)

การเปลี่ยนแปลงการลงทุน:

  • Technology Investment: ต้นทุนด้าน R&D, Cloud Computing และการพัฒนา AI (CAPEX ที่สูงขึ้นในด้านเทคโนโลยี)

  • Logistics & Fulfillment: ต้นทุนการจัดการคลังสินค้าและการขนส่ง (ซึ่งพยายามลดด้วย Automation)

  • Sustainable Sourcing: ต้นทุนในการจัดหาวัสดุรีไซเคิลและพลังงานสะอาด

  • Marketing & Customer Acquisition: ค่าใช้จ่ายในการดึงดูดลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล



Part 5: DIGITAL TRANSFORMATION CANVAS

ถอดรหัสการทรานส์ฟอร์มธุรกิจสู่ความสำเร็จของ IKEA ด้วย DIGITAL TRANSFORMATION CANVAS


DIGITAL TRANSFORMATION CANVAS ของ Petronas
DIGITAL TRANSFORMATION CANVAS ของ Petronas

ส่วนที่ 1:  ตั้งหลักทรานส์ฟอร์ม


01. Define New Core Business

การประเมินธุรกิจหลักใหม่

จากยักษ์ใหญ่แห่งวงการเฟอร์นิเจอร์ประกอบและของตกแต่งบ้าน สู่ ผู้นำด้านนวัตกรรมค้าปลีกและประสบการณ์ดิจิทัลเพื่อการอยู่อาศัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI

02. Define New Value Proposition

นำเสนอข้อเสนอทางคุณค่าใหม่ของธุรกิจ

  • Hyper-Personalized Design: บริการออกแบบบ้านที่รู้ใจรายบุคคลด้วย AI (IKEA Kreativ)

  • Seamless Convenience: ประสบการณ์ช้อปปิ้งไร้รอยต่อ ซื้อได้ทุกที่ รับของได้ทุกทาง (Click & Collect, Shop & Go)

  • End-to-End Service Ecosystem: บริการครบวงจรตั้งแต่ ออกแบบ -> ซื้อ -> ประกอบ (TaskRabbit) -> ซ่อมแซม -> ขายคืน

  • Sustainability Made Easy: ทำให้การใช้ชีวิตแบบยั่งยืนเป็นเรื่องง่าย ผ่านสินค้ารักษ์โลกและบริการ Circular Hub


03. Define New Business Model

ออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่

  • รายได้จากบริการดิจิทัลและที่ปรึกษา (Digital & Professional Services)

    • Remote Planning Services: บริการให้คำปรึกษาและออกแบบตกแต่งภายในทางไกลผ่านวิดีโอคอล หรือผ่านหน้าจอในสโตร์ขนาดเล็ก โดยพนักงานที่ผ่านการ Reskill

    • ผลลัพธ์: สร้างรายได้สูงถึง 1.3 พันล้านยูโร (ในปี 2022) หรือคิดเป็นประมาณ 3% ของรายได้รวม ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญสำหรับบริการใหม่

  • รายได้จากโมเดลแพลตฟอร์มบริการ (Platform & Service Marketplace)

    • TaskRabbit Service Fees: รายได้จากการเป็นตัวกลาง (Platform) จับคู่ระหว่างลูกค้าที่ซื้อเฟอร์นิเจอร์กับ "Taskers" (ช่างอิสระ) เพื่อให้บริการประกอบและติดตั้งเฟอร์นิเจอร์

    • Delivery & Installation: ค่าบริการจากการจัดส่งและติดตั้งที่เพิ่มขึ้นจากการขยาย E-commerce

  • รายได้จากเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy Revenue)

    • Circular Hub / As-Is Online: รายได้จากการขายสินค้ามือสอง (Pre-owned) ที่รับซื้อคืนมาจากลูกค้า (Buy Back program) ซึ่งเป็นการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับสินค้าเดิมและดึงลูกค้าให้กลับมาที่สโตร์

    • Spare Parts: การจำหน่ายอะไหล่เพื่อการซ่อมแซม (ในบางกรณี) เพื่อยืดอายุการใช้งาน

  • รายได้จากสินค้าเทคโนโลยีและบ้านอัจฉริยะ (Smart Home & Tech Products)

    • IKEA Home Smart Ecosystem: การขยายไลน์สินค้าจากเฟอร์นิเจอร์ไม้/เหล็ก ไปสู่สินค้าเทคโนโลยี IoT เช่น ลำโพงอัจฉริยะ (Symfonisk ที่ร่วมกับ Sonos), หลอดไฟอัจฉริยะ (Tradfri), และเครื่องฟอกอากาศ

    • Solar & Energy Services: (ในบางประเทศ) รายได้จากการจำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์และโซลูชันพลังงานสะอาดสำหรับบ้าน (Home Solar)

  • รายได้จากกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B / IKEA for Business)

    • Office & SME Solutions: การขยายฐานลูกค้าจากผู้บริโภคทั่วไป (B2C) ไปสู่ลูกค้าองค์กร โดยเสนอโซลูชันการตกแต่งสำนักงาน ร้านอาหาร และธุรกิจที่พักอาศัย พร้อมบริการออกแบบครบวงจร


ส่วนที่ 2:  สร้างความสามารถใหม่ด้านดิจิทัล


04. Identify Existing Digital Capabilities

ประเมินขีดความสามารถด้านดิจิทัลในปัจุบัน

  • Legacy On-Premise Infrastructure:

    • ระบบ IT และ Server ทั้งหมดติดตั้งอยู่ที่ศูนย์ข้อมูลของบริษัทเอง (On-premise) ไม่มีความยืดหยุ่น ดูแลรักษายาก และรองรับ Traffic มหาศาลไม่ได้ (ยังไม่มี Cloud)

  • Siloed & Fragmented Data:

    • ข้อมูลลูกค้า (Customer Data) และข้อมูลสินค้าคงคลัง (Inventory) ถูกเก็บแยกกันตามแต่ละประเทศและสาขา ไม่มีการเชื่อมโยงข้อมูลหากันทั่วโลก (No Global Data Lake) ทำให้ไม่สามารถทำ Real-time Analytics ได้

  • Basic Informational Web & No App Ecosystem:

    • เว็บไซต์ทำหน้าที่เป็นเพียง "แคตตาล็อกออนไลน์" (Brochureware) ระบบ E-commerce แยกจากหน้าร้านโดยสิ้นเชิง การสั่งออนไลน์มีความยุ่งยาก และยังไม่มี Mobile SuperApp ที่ใช้งานได้จริง

  • Manual-Intensive Operations:

    • การตรวจสอบสต็อกในคลังสินค้าใช้พนักงานเดินนับด้วยมือ (Manual Count) ซึ่งใช้เวลานานและเกิดความผิดพลาดง่าย (ยังไม่มี Drone/Robot)

    • การออกแบบห้องให้ลูกค้าใช้กระดาษ ปากกา หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์พื้นฐานในคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่สาขา (ยังไม่มี AI/AR)

  • Logistics for Pallets (Not Parcels):

    • ระบบ Supply Chain ถูกออกแบบมาเพื่อขนส่งพาเลทใหญ่เข้าหลังร้าน (B2B Logistics) ไม่รองรับการกระจายสินค้าชิ้นเล็กถึงบ้านลูกค้า (Last-Mile Delivery) อย่างมีประสิทธิภาพ


05. Develop New Digital Capabilities

กำหนดขีดความสามารถใหม่ด้านดิจิทัล

  • Cloud-Native & Scalable Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์ 100% ที่ยืดหยุ่น รองรับการขยายตัวทั่วโลกได้ทันที

  • Unified Real-time Data Platform: แพลตฟอร์มข้อมูลอัจฉริยะที่เชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าและสต็อกทั่วโลกเป็นหนึ่งเดียว (Single Source of Truth)

  • Advanced Spatial Computing & Generative AI: ความสามารถในการสร้างภาพจำลองห้อง 3D เสมือนจริง และ AI ที่สนทนาโต้ตอบและให้คำแนะนำได้เหมือนมนุษย์

  • Autonomous Robotics & Automation: ระบบหุ่นยนต์และโดรนอัตโนมัติในคลังสินค้าที่ทำงานแม่นยำ 24/7 ลดความผิดพลาดของมนุษย์

  • Omnichannel Logistics Capability: ขีดความสามารถในการบริหารจัดการคำสั่งซื้อที่ซับซ้อน (ส่งจากร้าน, ส่งจากคลัง, รับที่ร้าน) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


06. Digital Initiatives & Roadmap

วางแผนและสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัลจากปัจจุบันไปสู่อนาคต


Phase 1: Foundation (Cloud & Data) [ปี 2018 - 2020]

  • The Big Rewire - ยกเลิก Legacy System และย้ายโครงสร้างพื้นฐานสู่ Cloud (Google Cloud / Azure) เพื่อความยืดหยุ่น

  • สร้าง Global Data Hub - ทลาย Data Silos โดยรวบรวมข้อมูลจากทุกสาขาทั่วโลกมารวมกัน เพื่อให้เห็นข้อมูล Real-time

Phase 2: Integration (Acquisition & Partnership) [ปี 2021 - 2022]

  • เข้าซื้อกิจการ Geomagical Labs - เพื่อนำเทคโนโลยี 3D/AR มาเตรียมสร้างประสบการณ์ใหม่แทนเว็บเดิม

  • ผนวก TaskRabbit เข้ากับระบบหลัก - สร้าง Ecosystem ด้านบริการ

  • ปรับปรุงระบบ Logistics - พัฒนาระบบจัดการคำสั่งซื้อ (OMS) ที่เชื่อมโยงหน้าร้านกับออนไลน์ เพื่อรองรับ Last-Mile

Phase 3: Innovation Deployment (AI & Automation) [ปี 2023 - 2025+]

  • เปิดตัว IKEA Kreativ & AI Assistant - แทนที่การออกแบบด้วยมือด้วย AI

  • ติดตั้ง Autonomous Drones - ใช้โดรนบินนับสต็อกแทนคนในคลังสินค้าทั่วโลก

  • นำ AI Copilot มาใช้ภายในองค์กร - เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน


ส่วนที่ 3: Transformation in Action


07. Organizational Transformation

ออกแบบการเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล


  • New Leadership & Governance (ผู้นำและการกำกับดูแลใหม่):

    •  แต่งตั้ง Chief Digital Officer (CDO) (เริ่มจาก Barbara Martin Coppola จนถึง Parag Parekh) ให้มีอำนาจระดับบอร์ดบริหาร ไม่ใช่แค่ฝ่ายสนับสนุน เพื่อเปลี่ยนแนวคิดจาก "Digital Strategy" (แยกส่วน) เป็น "Strategy enabled by digital" (ดิจิทัลคือแกนกลางของธุรกิจ)

    • AI Governance: จัดตั้ง "AI Task Force" และทีมกำกับดูแลจริยธรรม (Responsible AI) เพื่อกำหนดนโยบายการใช้ Generative AI ให้สอดคล้องกับกฎหมาย EU AI Act

  • Restructuring for Agility (ปรับโครงสร้างเพื่อความคล่องตัว):

    • ทลายกำแพงไซโล (Silo) ระหว่างฝ่าย IT และฝ่ายธุรกิจ เปลี่ยนมาจัดตั้งทีมแบบ Cross-functional Product Teams ในหนึ่งทีมจะมีทั้ง Developer, Designer, Data Scientist และ Business Owner ทำงานด้วยกันเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์เดียว (เช่น ทีมแอป IKEA Kreativ) ทำให้การตัดสินใจเร็วขึ้น ไม่ต้องส่งเรื่องข้ามแผนก

  • Massive Reskilling (การสร้างทักษะใหม่ครั้งใหญ่):

    • เปลี่ยนพนักงาน Call Center จำนวน 8,500 คน ทั่วโลก ให้ผ่านการอบรมเป็น "Interior Design Advisors" (ที่ปรึกษาด้านการออกแบบภายใน) เมื่อนำ AI Chatbot "Billie" มาตอบคำถามพื้นฐาน พนักงานจึงว่างขึ้น และถูกยกระดับให้ไปทำหน้าที่สร้างรายได้ผ่านบริการ "Remote Planning" แทน

    • เปิดโครงการ "AI Literacy" อบรมพนักงาน 30,000 คน และผู้นำ 3,000 คน ให้เข้าใจพื้นฐาน AI และ Prompt Engineering เพื่อใช้งาน Microsoft Copilot


08. Agile Strategy & Planning

เปลี่ยนกลยุทธ์และการดำเนินงานด้วยแนวคิด Agile


  • From Waterfall to Agile/Scrum: เลิกการวางแผนแบบ Waterfall (ทำทีละขั้นจนจบ) มาเป็นการทำงานแบบ Sprints (รอบสั้นๆ 2-4 สัปดาห์) ในการพัฒนาซอฟต์แวร์และฟีเจอร์ใหม่ๆทำให้สามารถปล่อยฟีเจอร์ใหม่บน SuperApp ได้ทุกๆ สัปดาห์ แทนที่จะรอเป็นปี

  • "Test & Learn" Methodology (ทดลองและเรียนรู้): ใช้วิธีเปิดตัวแบบ MVP (Minimum Viable Product) ในตลาดเล็กๆ ก่อนขยายผล เช่น การทดลองเปิด City Store ขนาดเล็กในปารีสและลอนดอนก่อน เพื่อดูผลตอบรับก่อนขยายไปทั่วโลก เปิดตัว IKEA AI Assistant บน OpenAI Store เฉพาะในสหรัฐอเมริกาก่อน เพื่อเก็บ Feedback มาปรับปรุงอัลกอริทึม ก่อนจะพิจารณาขยายไปประเทศอื่น

  • Data-Driven Decision Making (ตัดสินใจด้วยข้อมูล): เลิกใช้ "สัญชาตญาณของผู้จัดการ" ในการสั่งของเข้าสต็อก เปลี่ยนมาเชื่อ Demand Forecasting AI ด้วยการใช้ Data Lake ที่สร้างใน Phase 1 มาแสดงผลบน Dashboard ให้ผู้บริหารเห็น Real-time เพื่อปรับกลยุทธ์ราคาสินค้าหรือโปรโมชั่นได้ทันที


09. Building Collaborative Ecosystem

สร้างระบบนิเวศใหม่ที่สร้างการมีส่วนร่วมกันระหว่างในและนอกองค์กร

  • Tech Giants Partnership (พันธมิตรยักษ์ใหญ่): Microsoft (Azure & OpenAI) เป็นพันธมิตรหลักด้านโครงสร้างพื้นฐาน Cloud และเทคโนโลยี Generative AI (GPT-4) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ IKEA AI Assistant และ Copilot ภายในองค์กร

  • Innovation Acquisitions & Investments (การซื้อและลงทุน): เข้าซื้อ Geomagical Labs (Silicon Valley Startup) เพื่อเอาเทคโนโลยี 3D/AI ขั้นสูงมาเป็นของตัวเองทันที (Short-cut) ใช้สร้างฟีเจอร์ IKEA Kreativ ลงทุนใน Verity (Startup ด้านโดรน) เพื่อร่วมพัฒนาโดรนอัตโนมัติสำหรับนับสต็อกในคลังสินค้า IKEA โดยเฉพาะ

  • Gig Economy Integration (เชื่อมต่อแรงงานอิสระ): TaskRabbit เพื่อเติมเต็มจิ๊กซอว์ "Last-mile Service" (บริการประกอบติดตั้ง) ทำให้ IKEA มีเครือข่ายช่างนับแสนคนโดยไม่ต้องจ้างเป็นพนักงานประจำ ช่วยปิดจุดอ่อนเรื่องความสะดวกสบายของลูกค้า

  • Sustainability Ecosystem: Winnow (AI Food Waste) สำหรับติดตั้งระบบ AI ในครัวร้านอาหาร IKEA เพื่อวิเคราะห์และลดขยะอาหาร ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนขององค์กร

Digital Transformation Canvas ของ IKEA คือพิมพ์เขียวเชิงกลยุทธ์ในการพลิกโฉมองค์กรจาก 'ผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์แบบดั้งเดิม' สู่ 'ผู้นำแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์อัจฉริยะ' โดยเริ่มจากการนิยามธุรกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและบริการ (Data-Driven Omnichannel) เพื่อส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าผ่านประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อและการออกแบบเฉพาะบุคคลด้วย AI (Hyper-personalization) เพื่อสร้างโมเดลรายได้ใหม่และรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน
Executive & Train The Trainer Training Programs by DX Academy

หลักสูตรทรานส์ฟอร์มธุรกิจสำหรับผู้บริหาร สู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในยุค AI



List of References

  • Capgemini. (2022). IKEA: A digital transformation tailored for the many. Capgemini Research Institute.

  • Ingka Group. (2023). Ingka Group Annual Summary and Sustainability Report FY23. Ingka.com.

  • Ingka Group. (2024, February 13). IKEA launches AI-powered home design assistant on OpenAI GPT Store. Ingka Newsroom.

  • International Institute for Management Development (IMD). (2021). IKEA's Digital Transformation. IMD Business School Case Studies.

  • Microsoft. (2024). How IKEA uses AI to change the way we shop. Microsoft Customer Stories.

  • Retail Dive. (2024, March 15). IKEA's new era of AI: From drones to design assistants. Retail Dive.

  • The Agility Effect. (2021). How IKEA reinvented itself through digital transformation. VINCI Energies.

  • Verity. (2023). IKEA scales autonomous drone inventory checks to 100 stores. Verity Case Studies.


bottom of page